Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_Cover
Lifestyle

Yamaha Grand Filano Hybrid พาเที่ยวแปดริ้ว กินเที่ยวแบบฟูลฟีล ชิลล์แบบไม่ต้องรอวันหยุดยาว

 
     เบื่อไหม? จะไปเที่ยวทั้งทีต้องรอวันหยุดยาว โดยเฉพาะไบเกอร์ที่รักอิสระ ขอแค่ได้คว้าหมวกกันน็อกแล้วบิดคันเร่งออกไปเปลี่ยนบรรยากาศก็เหมือนได้เติมพลังให้ชีวิตแล้ว ถ้าคิดเหมือนกันก็ถึงเวลาจัดของแพ็คกระเป๋า หยิบกุญแจสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ Yamaha Grand Filano Hybrid ออกไปเที่ยวแปดริ้ว เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำบางปะกงที่มีความพิเศษและมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อจังหวัดฉะเชิงเทรา จะสายบุญ สายกิน สายกรีนบอกเลยว่าฟูลฟีลสุดๆ เพราะที่แปดริ้วมีครบแถมใช้เวลาไม่นาน ขี่มอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น!
 

ไปเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่ทำไมถึงเรียก “แปดริ้ว” ?

     หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมจังหวัดฉะเชิงเทราถึงได้ชื่อว่า “เมืองแปดริ้ว” ทั้งที่ไม่มีคำว่า “แปด” หรือ “ริ้ว” อยู่ในแผนที่เลยสักนิด

     ต้องเท้าความย้อนกลับไปในอดีตกันหน่อย เพราะเป็นเรื่องเล่าจากชาวบ้านที่บอกไว้ว่า เมื่อก่อนแถวนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก เรียกว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ และมีปลาช่อนชุกชุมสุดๆ จนต้องนำมาทำปลาตากแห้งและด้วยขนาดตัวปลาช่อนที่ใหญ่มาก เวลาจะแล่ปลาทีต้องแบ่งถึงแปดริ้วถึงจะตากแห้งได้พอดี เลยกลายมาเป็นชื่อเรียกติดปากว่า “เมืองแปดริ้ว” จนถึงปัจจุบัน แค่ฟังที่มาของชื่อก็รู้แล้วว่าเมืองแปดริ้วนี้ไม่ธรรมดา… ถึงเวลาไปซึมซับความเป็นแปดริ้วด้วยตัวเองแล้ว

 
 

9 ที่เที่ยวแปดริ้ว ครบรส ที่ไบเกอร์สายชิลล์ สายกิน สายบุญ ห้ามพลาด

 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_1

1. วัดโสธรวรารามวรวิหาร

     มาเที่ยวแปดริ้วยังไงก็ต้องแวะที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือที่ใครๆ เรียกกันว่าวัดหลวงพ่อโสธร เพื่อกราบสักการะเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต คาดว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย หรือสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อก่อนใช้ชื่อว่า ‘วัดหงส์’ เพราะในวัดมีเสาสูงและบนยอดเสามีตัวหงส์อยู่ แต่ต่อมามีพายุใหญ่พัดเข้ามาจนทำให้ตัวหงส์บนยอดเสาหักพักลงมา ชาวบ้านจึงเอาธงขึ้นไปผูกไว้แทน ชื่อวัดเลยถูกเรียกใหม่ว่า ‘วัดเสาธง’ แต่ไม่นานเสาธงที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัดก็หักเป็น 2 ท่อนอีก จนทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อวัดอีกครั้งเป็น ‘วัดเสาธงทอน’ ส่วนชื่อ ‘วัดโสธร’ ที่เราเรียกสั้นๆ จนติดปากถูกเรียกตามชื่อของพระพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรานั่นเอง

     ในอุโบสถที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพุทธโสธร มีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามตั้งแต่พื้น เสา ผนังและเพดานที่มีแรงบันดาลใจจากแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาวและจักรวาลด้วยภาพโมเสกสี โดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดานถูกกำหนดตำแหน่งให้ตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ที่เป็นเวลาเดียวกันกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกฉัตรทองคำ เหนือมณฑปพระอุโบสถพอดี 

     สิ่งที่โด่งดังของวัดหลวงพ่อโสธรที่เราๆ รู้กันดีคือการขอพรทั้งเรื่องค้าขาย สุขภาพ ความสำเร็จในชีวิต เงินทองโชคลาภ การแก้บนด้วยไข่ต้มที่คนแน่นทุกวัน หรือละครรำที่นางรำได้โชว์ความงดงามอ่อนช้อยตลอดทั้งวัน เป็นคำตอบที่ชัดเจนเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ หลายคนที่เดินทางมาขอพรที่นี่มักจะได้รับพรตามที่ขอไว้! ชาวไบเกอร์คนไหนที่รู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้ติดขัดลองมาขอพรกับหลวงพ่อโสธรรับรองไม่ผิดหวัง 

     *สามารถกราบสักการะขอพรหลวงพ่อโสธรได้ 2 จุด ทั้งพระอุโบสถหลังใหม่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของวัด และเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จริง แต่ไม่อนุญาตให้จุดธูปเทียน และพระอุโบสถหลังเก่าที่เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จำลองกับพระพุทธรูปองค์อื่นๆ รวม 18 องค์ ทางวัดอนุญาตให้สามารถจุดธูปเทียนกราบสักการะขอพรได้ตามปกติ 


ข้อควรรู้ก่อนขอพร : สามารถขอพรกับองค์หลวงพ่อโสธรได้ทุกเรื่อง ยกเว้นขอไม่ให้เป็นทหารและขอลูก เพราะมีความเชื่อกันว่าหลวงพ่อท่านชอบให้คนเป็นทหารเพื่อจะได้ปกปักษ์รักษาบ้านเมือง ส่วนเรื่องลูกถ้ามาขออาจมีอวัยวะไม่ครบ 32 เพราะหลวงพ่อจะส่งลูกหลานทหารที่ล้มตายหรือได้รับบาดเจ็บมาเกิดแทน


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน วันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่ 07.00 - 16.30 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ 07.00 - 17.00 น.

พิกัด : Wat Sothon Wararam Worawihan 

ระยะทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาขี่มอเตอร์ไซค์ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_2

2. วัดสมานรัตนาราม

     ไม่ไกลจากวัดหลวงพ่อโสธรมากนัก ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาแค่ 16 นาที ก็จะเจอวัดสมานรัตนาราม ที่ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอบางคล้าและอำเภอคลองเขื่อน ริมแม่น้ำบางปะกง จุดเด่นที่เห็นแต่ไกลไม่มีหลงแน่นอนเพราะเป็นวัดที่มีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะมีความสูงถึง 16 เมตร กว้าง 14 เมตร มีเนื้อองค์เป็นสีชมพูและมีความงดงามมากจนเรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของที่เที่ยวฉะเชิงเทราได้เลย 

     ประวัติคร่าวๆ เกี่ยวกับพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข เป็นปางที่จะประทานพรให้ผู้ขอพรมีกินมีใช้ อยู่เป็นสุข มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือและปราศจากทุกข์ภัย วิธีขอพรคือการเข้าไปยืนด้านหลังหนูมุสิกะ ซึ่งเป็นบริวารขององค์พระพิฆเนศ แล้วกระซิบที่หูของหนูเพื่อฝากคำขอพรไปยังพระองค์ อย่าลืมเอามือปิดหูอีกข้างของหนูไว้ด้วยเพื่อไม่ให้พรที่ขอรั่วไหล 

ขอพรองค์พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ที่วัดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวมเรื่องราวเกี่ยวกับวัดและประวัติของพระพิฆเนศให้เข้าชมและบูชากลับบ้านด้วย ถ้ามีเวลามากหน่อยบอกเลยว่าที่วัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดให้เข้าชมและสักการะบูชา

  • หลวงพ่อโต พระประธานในอุโบสถ

  • หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์

  • หลวงพ่อประทานพร

  • พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางประทานบุตร

  • พระพิฆเนศ ปางปาฏิหารย์ 108 กร

  • ช้างเอราวัณ

  • พระราหู

  • ท้าวมหาพรหม

  • จระเข้โหราเทพารักษ์

  • พระบรมสารีริกธาตุ


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 18.00 น.

พิกัด : วัดสมานรัตนาราม

ระยะทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 48 นาที ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_3

3. เทวสถาน อุทยานพระพิฆเนศ

     อีกหนึ่งที่เที่ยวแปดริ้วที่อยู่ในอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา คือเทวสถาน อุทยานพระพิฆเนศ ที่ประดิษฐานองค์พระพิฆเนศปางประทับยืน เนื้อสำริดขนาดใหญ่ สูง 39 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยการหล่อชิ้นส่วนจำนวน 854 ชิ้น ก่อนจะนำมาประกอบกัน ใช้เวลาในการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 - 2555 โดยพลตำรวจเอก สมชาย วาณิชเสนี นายกสมาคมชาวฉะเชิงเทราในขณะนั้น และตั้งชื่อพระพิฆเนศองค์นี้ว่า ‘พระพิฆเนศปางประทับยืน องค์สำริด สำเร็จ สมปราถนา’ เพราะมีความเชื่อว่าใครที่ได้มากราบไหว้ ขอพร ชีวิตจะประสบความสำเร็จและสมปราถนาทุกข้อที่ขอ 

     ขอพรองค์พระพิฆเนศปางประทับยืนแล้ว ในอุทยานฯ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายให้ขอพรกันด้วย ทั้งพระพิฆเนศประจำวันเกิด พระแม่อุมา ศาลาไฉ่ซิงเอี๊ย พระพิฆเนศจำลองจากเมืองต่างๆ ในประเทศอินเดีย 

บอกเลยว่าไบเกอร์สายบุญต้องไม่พลาด! เพราะเป็น 3 ที่เที่ยวแปดริ้วที่นอกจากมีความสวยงามแล้ว ยังอิ่มบุญ อิ่มใจ เตรียมรอรับพรตามที่ขอได้เลย


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน วันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่ 09.00 - 17.30 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 18.00 น.

พิกัด : The Khlong Khuean Shri Ganesh International Park

ระยะทาง : จากกรุงเทพฯ จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ระยะทางประมาณ 92 กิโลเมตร
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_4
CR : https://www.facebook.com/suanpalmfarmnok.cco

4. สวนปาล์ม ฟาร์มนก

     ไหว้พระ ขอพรเสริมสิริมงคลแบบจัดหนักแล้ว ขอพาขี่มอเตอร์ไซค์มาเปลี่ยนบรรยากาศฟีลธรรมชาติกับที่เที่ยวฉะเชิงเทราชิลล์ๆ ที่สวนปาล์มและฟาร์มนกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลกเพราะมีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ของ ดร.โภคิน พลกุล ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2538

     ที่มาของสวนปาล์มและฟาร์มนกเกิดจากความชื่นชอบในการเลี้ยงนกแก้วมาคอร์ และเห็นถึงความฉลาดของนกที่เทียบเท่ากับเด็กอายุ 4 ขวบ จึงตั้งใจเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์นกหายากต่างๆ เช่น นกแก้วมาคอร์, นกแก้วพันธุ์บลูแอนด์โกลด์, สกาเล็ต, กรีนวิง, ไฮยาซินธ์ และนกแก้วสายพันธุ์อื่นๆ มากกว่า 80 สายพันธุ์ และมีสมาชิกนกแก้วมากกว่า 2,000 ตัว! 

     นอกจากเป็นศูนย์การเรียนรู้แล้วที่นี่ยังเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์และจำหน่ายนกแก้วมาคอร์ (พันธุ์บลูแอนด์โกลด์, สกาเล็ต, กรีนวิง และไฮยาชิน) นกกระตั้ว สุนัขพันธุ์ต่างประเทศอย่างเฟรนซ์ มาสทีฟด้วย และยังมีพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้และอนุบาลลูกนก ที่สอนตั้งแต่วิธีการเลี้ยงและปฐมพยาบาลนกที่ถูกต้องให้คนที่สนใจด้วย ใครดูนกจนหนำใจแล้วอย่าลืมแวะไปเช็กอินสวนกวางและไก่ สวนหงส์และห่าน สวนเป็ดและบ้านแพะแกะที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

จากฟาร์มนกหายากที่เป็นไฮไลท์ ยังมีสวนปาล์มสวยๆ ให้เดินชมมากถึง 10 สายพันธุ์ ทั้งตาลฟ้า, มูลิไอ, วิคตอเรีย, โคราช, ฟ็อกซ์เทล ริเวอร์, อินทผลัมโคราช, อ้ายหมีมาโค ฯลฯ  


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.30 - 17.00 น. 

ค่าใช้จ่าย : ค่าเข้าชมกรงนกขนาดเล็ก เด็ก 80 บาท/คน ผู้ใหญ่ 160/คน

    ค่าเข้าชมกรงนกขนาดใหญ่ เด็ก 150 บาท/คน ผู้ใหญ่ 250/คน

    ค่าเช่าจักรยาน ราคา 50 บาท/คัน (ขับได้ 1 ชั่วโมง)

    ค่าเช่ารถกอล์ฟ ราคา 300-500 บาท/คัน (นั่งได้ 4-8 คน) ขับได้ 1 ชั่วโมง

พิกัด : สวนปาล์มฟาร์มนก

ระยะทาง : จากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 85 กิโลมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 53 นาที
 
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_5

5. ตลาด 100 ปี บ้านใหม่ แปดริ้ว

     เที่ยวดูนกหายาก กอบโกยอากาศธรรมชาติที่สวนปาล์มฟาร์มนกแล้ว แนะนำให้ขี่มอเตอร์ไซค์มาเติมพลังให้ท้องได้ไปต่อกันที่ตลาด 100 ปี บ้านใหม่ ที่ตั้งอยู่ในเมืองแปดริ้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดเก่าแก่ริมแม่น้ำบางปะกงเพราะสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แถมยังเป็นชุมชนริมน้ำที่เคยโด่งดังเรื่องการค้าขายทางน้ำในอดีตด้วย แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ชาวบ้านต้องปรับตัวและพยายามช่วยกันอนุรักษ์ตลาดแห่งนี้เอาไว้ ตลาด 100 ปี บ้านใหม่ จึงเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ยังคงความคลาสสิกไว้ได้ครบแบบเก็บหมดทุกรายละเอียด ทั้งร้านอาหาร ร้านขนมโบราณ ร้านถ่ายรูป อาคารบ้านเรือน ร้านกาแฟ 

     แต่ในความคลาสสิกก็ยังมีการปรับปรุงและประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย ใครมาเที่ยวตลาด 100 ปี บ้านใหม่ มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนได้ย้อนความหลังกลับไปสมัยเด็กๆ ได้ทั้งชิมอาหารหรือขนมที่เคยเห็น เคยกินตอนเด็ก ถ่ายรูปสวยๆ และซื้อของฝากที่บางอย่างไม่ค่อยเห็นวางขายแล้ว แต่ที่ตลาด 100 ปี บ้านใหม่มีขาย! ไบเกอร์ที่ชื่นชอบความคลาสสิก อยากหาที่เที่ยวแปดริ้วแบบชิลล์ๆ รีบปักพิกัดข้างล่างแล้วขี่มอเตอร์ไซค์มาที่ตลาด 100 ปี บ้านใหม่เลย


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น. (***ร้านเปิดน้อย) แนะนำให้ไปวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ 08.00 - 17.00 น. 

พิกัด : Banmai Market

ระยะทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 43 นาที ระยะทางประมาณ 73.5 กิโลเมตร
 
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_6

6. ตลาดเก่าคลองสวน

     เติมของหนักแล้วก็ต้องแวะมาจัดของว่างเบาๆ กันต่อ แนะนำให้ขี่มอเตอร์ไซค์มาที่ตลาดเก่าคลองสวน บอกเลยว่าเป็นที่เที่ยวแปดริ้วอีกที่ที่ต้องมา เพราะเป็นตลาดเก่าแก่อายุอานาม 100 ปี ที่แต่เดิมมีชื่อว่า ‘ตลาดสามพี่น้อง’ ตั้งอยู่ริมคลองประเวศบุรีรัมย์และคลองพญานาคราช 

     ตลาดคลองสวนเป็นตลาดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 (ปี พ.ศ. 2444) เป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้า จุดแวะพักเรือ และเป็นเส้นเดินทางหลักเข้ากรุงเทพฯ จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าในช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ แถมยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอาหาร เช่น เป็ดพะโล้ ฮ่อยจ๊อ ปูจ๋า และมีร้านกาแฟโบราณ ‘แป๊ะหลี’ ที่ใครมาก็ต้องแวะมาเช็กอิน 

     จิบกาแฟโบราณเข้มๆ แล้วถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปสไตล์วินเทจ บอกเลยที่นี่มีมุมถ่ายรูปเท่ๆ หลายจุด ทั้งตู้ไปรษณีย์แดง ซุ้มประตูจีน และมุมจักรยานสามล้อสุดคลาสิกที่เป็นซิกเนเจอร์ของตลาด อยู่บริเวณทางเข้าตลาดฝั่งฉะเชิงเทรา ใครชอบความเงียบ บรรยากาศชิลล์ๆ ริมน้ำ ก็มีจุดนั่งเล่นที่สะพานไม้ข้ามคลองให้ได้พักชมวิวชิลล์ๆ  


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 16.00 น. 

พิกัด : Khlong Suan 100 Year Market (Chachoengsao side)

ระยะทาง : จากรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_9

7. น้ำตกบ่อทราย

     ฝากท้องแบบจุกๆ กับ 2 ตลาดเก่าแก่ประจำจังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว มาแวะคลายร้อนกันต่อที่ ‘น้ำตกบ่อทราย’ ที่เที่ยวแปดริ้วที่ตั้งอยู่ในบ้านคลองสียัด ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ เป็นน้ำตกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไหลผ่านเกาะแก่งและแนวสันหิน มองเห็นเป็นแอ่งกว้าง บรรยากาศธรรมชาติสุดๆ เพราะถูกโอบล้อมด้วยป่าที่ชุกชุมด้วยต้นไม้เขียวและความอุดสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังหลงเหลืออยู่มาก 

     ถ้ามีเวลามากหน่อยแนะนำให้ลงเล่นน้ำคลายร้อน หรือนั่งเอาขาแช่น้ำพอให้เลือดได้สูบฉีดที่ปลายเท้าก็ผ่อนคลายสุดๆ เพราะที่น้ำตกบ่อทรายมีบริการให้เช่าแคร่ หรือกระต๊อบกลางน้ำไว้สำหรับนั่งพักผ่อน แถมมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำไว้ให้บริการด้วย ไบเกอร์คนไหนที่ชอบความเงียบสงบ บรรยกาศสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติไม่ควรพลาด


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 - 18.00 น.

ค่าใช้จ่าย : เช่าแคร่ + ร่ม กลางน้ำ ราคา 100 บาท/ตัว

    เช่ากระต๊อบกลางน้ำด้านบน ราคา 200 บาท/หลัง

พิกัด : น้ำตกบ่อทราย

ระยะทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 52 นาที ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_7

8. น้ำตกทุ่งยายชี


     น้ำตกพิกัดลับอีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยวแปดริ้ว! มีลักษณะเป็นทางน้ำไหลขนาดใหญ่ เหมาะกับการมาพักผ่อนและเล่นน้ำคลายร้อนสุดๆ รอบๆ ตัวน้ำตกมีดอกไม้สวยงามให้นั่งดูเพลินๆ ใครไม่อยากเล่นน้ำที่นี่ก็มีบริการกระท่อมไม้ไผ่กับแคร่ไม้ไว้รองรับ หรือจะพายเรือคายัคเล่นก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ ถ้ามาวันเสาร์ - อาทิตย์ ก็มี ‘ตลาด 100 ร้าน’ เปิดให้เดินเล่นเพลินๆ ใครเป็นสายแอดเวนเจอร์หรือชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำรับรองแฮปปี้สุดๆ


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 - 18.00 น.

ค่าใช้จ่าย : ค่าเข้า 20 บาท/คน

พิกัด : Wat Thung Yai Chee

ระยะทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 42 นาที ระยะทางประมาณ 137 กิโลเมตร แต่ถ้าไบเกอร์เดินทางมาจากน้ำต่อบ่อทราย จะใช้เวลาประมาณ 21 นาทีเท่านั้น
 
Yamaha-Grand-Filano-Hybrid-Travel-to-Paet-Riu_8

9. อ่างเก็บน้ำเขื่อนระบม

     ปิดท้ายทริปแปดริ้วแบบฟูลฟีลสุดๆ ด้วยสถานที่พักผ่อนริมน้ำบรรยากาศสุดชิลล์ มีความเป็นส่วนตัวเอาใจไบเกอร์สายอินโทรเวิร์ตที่ไม่ชอบคนจอแจวุ่นวาย ขอให้ปักพิกัดแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ตามเรามาที่ ‘อ่างเก็บน้ำเขื่อนระบม’ ที่เที่ยวฉะเชิงเทราที่เปิดให้เข้ามานั่งเล่น เดินเล่น ลงน้ำ ตกปลา สายแคมป์พกเต็นท์มากางได้ ที่สำคัญฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย 

     ไม่ใช่แค่บรรยกาศที่ชิลล์สุดๆ รอบอ่างเก็บน้ำยังมีฝูงวัว ฝูงแพะเดินเล่นแบบชิลล์ๆ อยากถ่ายรูปหรือเดินเข้าไปเล่นกับน้องก็ไม่หวงตัว แถมเป็นมิตรมากๆ ตกเย็นถ้าไม่รีบไปไหนแนะนำให้นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ เพราะจะเห็นแสงอาทิตย์ตกกระทบผิวน้ำสวยเหมือนภาพวาด ไบเกอร์ที่กำลังมองหาที่เที่ยวแปดริ้วแบบ Exclusive อยู่ห้ามพลาดที่นี่เลย!


เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 - 18.00 น.

พิกัด : Khuen Rabom Reservoir

ระยะทาง :  จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 48 นาที ก็จะถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนระบมแล้ว

     ได้รู้จักประวัติคร่าวๆ ของเมืองแปดริ้วและที่เที่ยวแปดริ้วที่เราจัดมาให้แบบจุกๆ ถึง 9 พิกัด ก็อย่ารอช้า… เก็บเสื้อผ้า แพ็กกระเป๋า แล้วบิด Yamaha Grand Filano Hybrid มาเที่ยวแปดริ้วด้วยกัน จะชวนเพื่อนออกทริปเป็นแก๊งหรือโซโล่เดี่ยวก็ไม่ผิดหวัง ที่สำคัญขี่มอเตอร์ไซค์มาจากกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงนิดๆ ชิลล์ได้ทุกวันแบบไม่ต้องรอหยุดยาว


     ไบเกอร์คนไหนกำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ขี่ง่าย คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ฟังก์ชันเยอะขี่สนุก เราขอแนะนำ Yamaha Grand Filano Hybrid รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกแฟชั่นพรีเมียมที่มาพร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชันตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทั้งระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Key System สะดวกกว่าด้วยสวิตช์เปิด-ปิดแบบ Multi Functions, แอปพลิเคชัน Y-Connect ดูข้อมูลรถได้แบบเรียลไทม์ขณะขับขี่, เครื่องยนต์ Blue Core Hybrid ช่วยประหยัดน้ำมัน นุ่มนวลทุกการขับขี่ เสียงเงียบไม่สั่น และช่องชาร์จแบตเตอรี่มือถือ USB - Type A ของเยอะก็หายห่วงเพราะมีช่องใส่ของขนาดใหญ่ด้านหน้าไว้ให้ แถมมาพร้อมสีใหม่อย่างสีแดง (Retro Red) ที่ให้ความ Classy สะดุดตา หรูหราอย่างมีระดับรอบคัน และสีฟ้า (Retro Blue) ที่เปล่งประกายด้วยเม็ดสีแบบพรีเมียม เอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบฉบับ Grand Filano 

     และคุ้มค่ามากขึ้นด้วยการรับประกัน 5 ปี 50,000 กิโลเมตร อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ศูนย์บริการและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ทุกสาขา ทั่วประเทศ และมาเป็นชาวแก๊งเดียวกัน เพื่อไม่พลาดทุกเทรนด์ของไบเกอร์ แอดไลน์ยามาฮ่า @yamahasociety เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย!