การขับขี่ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กไบค์หรือรถประเภทใดก็ตาม ไม่ได้มีแค่เรื่องของการเติมน้ำมันเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและเพื่อนร่วมทางด้วย นั่นคือการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ เพราะการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ถือเป็นการดูแลรักษารถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่าง ๆ และที่สำคัญที่สุดคือเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนที่เราจะสามารถนำรถไปต่อภาษีประจำปีได้ บทความนี้จะพานักบิดมือใหม่ทุกคนไปทำความเข้าใจกันแบบหมดเปลือกว่าการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์คืออะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้างที่ต้องรู้บ้าง
ตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ คืออะไร? ทำไมไบเกอร์ทุกคนถึงไม่ควรละเลย
การตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ คือกระบวนการตรวจสอบความพร้อมและสมรรถนะของรถโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินว่ารถอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการขับขี่บนท้องถนน และมีค่ามลพิษเกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า การตรวจสภาพนี้เป็นข้อบังคับทางกฎหมายสำหรับรถที่มีอายุการใช้งานถึงเกณฑ์ หากเราไม่นำรถไปตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ตามกำหนด เราก็จะไม่สามารถต่อภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีความผิดตามกฎหมายจราจรทันที
เหตุผลสำคัญที่ควรตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์

การตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่แค่เพื่อทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่เพื่อยืนยันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเรา การตรวจสภาพจะช่วยคัดกรองรถที่เสื่อมสภาพ ชำรุด หรือมีการดัดแปลงที่ผิดหลักวิศวกรรม ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากความขัดข้องของตัวรถ หากมีปัญหาจำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่มอเตอร์ไซค์ก็จะได้สามารถทำได้ก่อนรถพัง นอกจากนี้ การตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ยังช่วยควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียง ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่สังคม ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ใช้รถทุกคน
ตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์เบื้องต้น ต้องตรวจอะไรบ้าง
การตรวจรถมอเตอร์ไซค์หลัก ๆ จะเน้นไปที่ระบบความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งมีจุดที่ต้องตรวจเช็ก ดังนี้
ชิ้นส่วนที่ต้องตรวจเช็กเป็นประจำ
- สภาพรถโดยรวมภายนอก ชุดสี แฟริ่ง กระจกมองหลังตัวถังรถต้องไม่มีรอยแตกหักหรือชำรุดรุนแรง
- ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ ไฟหน้า (ไฟต่ำ-ไฟสูง) ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา ทุกดวงต้องติดสว่างและมีสีที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ระบบเสียงแตร เมื่อกดปุ่มแตร เสียงจะต้องดังชัดเจน ไม่เบาหรือดังจนเกินไป
- ระบบเบรก ทั้งเบรกหน้าและเบรกหลังต้องสามารถหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก้านเบรกและแป้นเบรกต้องมีการตอบสนองที่ดี
- ยางรถมอเตอร์ไซค์ ดอกยางต้องไม่โล้นจนถึงสะพานยาง ยางไม่แตกลายงา ไม่มีรอยฉีกขาด และเติมลมยางให้ได้ตามมาตรฐาน
- ท่อไอเสีย ต้องไม่ชำรุด อุดตัน เสียงท่อต้องไม่ดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (ไม่เกิน 95 เดซิเบล เอ)
- ค่ามลพิษทางอากาศ (ไอเสีย) ปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และไฮโดรคาร์บอน (HC) ต้องไม่เกินมาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด
ชิ้นส่วนที่ต้องตรวจเช็กตามระยะทางหลัก
- ระบบกันสะเทือน (โช้คหน้า-หลัง) ต้องสามารถซับแรงกระแทกได้ดี ไม่มีน้ำมันรั่วซึม
- ระบบบังคับเลี้ยว ต้องหมุนเลี้ยวได้คล่องตัว ไม่ฝืด ไม่หลวม หรือมีอาการสะดุด
- ระบบส่งกำลัง (โซ่-สเตอร์ หรือ สายพาน) โซ่ต้องไม่หย่อนหรือตึงเกินไป สเตอร์ต้องไม่แหลมคม ส่วนรถออโตเมติกสายพานต้องไม่แตกร้าว
- ถังน้ำมันเชื้อเพลิงและสายน้ำมัน ฝาถังต้องปิดสนิท ไม่มีรอยรั่วซึมของน้ำมัน
ตรวจสภาพมอเตอร์ไซค์ ต้องตรวจตอนรถอายุกี่ปี?
ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลจะต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ เมื่อรถมีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป โดยนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนรถครั้งแรก หากรถมอเตอร์ไซค์ของเราอายุยังไม่ถึง 5 ปี เราสามารถนำสมุดคู่มือจดทะเบียนรถและ พ.ร.บ. ไปชำระภาษีประจำปีได้เลยโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ แต่อย่างไรก็ตามควรตรวจเช็กสภาพรถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
สามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้กี่เดือน?
กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้เราสามารถนำรถไปตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ล่วงหน้าได้สูงสุด 3 เดือน (หรือ 90 วัน) ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปี ซึ่งดูวันสิ้นอายุได้จากป้ายวงกลม หรือในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ การตรวจล่วงหน้าช่วยให้เรามีเวลาแก้ไขปรับปรุงรถหากตรวจไม่ผ่านในครั้งแรก โดยไม่ต้องกังวลว่าภาษีจะขาดและโดนค่าปรับ
ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียมตัว ก่อนไปตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้นมาก โดยขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เตรียมรถให้พร้อมใช้งานที่สุด และนำเอกสารที่จำเป็นติดตัวไปด้วย
เอกสารที่ต้องใช้ และ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพรถ
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (สมุดทะเบียนรถ) เล่มจริง หรือหากรถยังติดไฟแนนซ์อยู่สามารถใช้สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถแทนได้
- ตัวรถมอเตอร์ไซค์คันที่ต้องการตรวจสภาพ ต้องนำรถคันจริงไปที่สถานตรวจสภาพด้วย
- ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมในการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ อัตราเดียวกันทั่วประเทศคือ 60 บาทต่อคัน (ไม่รวมค่า พ.ร.บ. และค่าภาษี)
ตรวจสภาพมอเตอร์ไซค์ที่ไหนได้บ้าง?
เราสามารถนำรถไปตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ได้ที่ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วไป หรือจะนำไปตรวจที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือ สำนักงานขนส่งสาขาก็ได้เช่นกัน
หากตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร?
ในกรณีที่นำรถไปตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์แล้วผลประเมินออกมาว่า “ไม่ผ่าน” ทางสถานตรวจสภาพจะแจ้งข้อบกพร่องให้เราทราบ เพื่อทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขจุดบกพร่องนั้นให้เรียบร้อย จากนั้นให้นำรถกลับมาตรวจสภาพใหม่อีกครั้งที่ ตรอ. เดิม ภายในระยะเวลา 15 วันนับจากวันที่ตรวจไม่ผ่านครั้งแรก ซึ่งการตรวจครั้งที่สองนี้ เราจะเสียค่าธรรมเนียมเพียงครึ่งเดียว (30 บาท) แต่หากเกิน 15 วัน หรือเปลี่ยนไปตรวจที่ ตรอ. อื่น จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเต็มจำนวนตามปกติ
ตรวจสภาพรถผ่านแล้ว อย่าลืมซื้อ พ.ร.บ. ก่อนต่อภาษี

เมื่อเราทำการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์จนผ่านเกณฑ์และได้รับใบรับรองการตรวจสภาพรถ (ใบ ตรอ.) มาแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่ขาดไม่ได้เลยคือการซื้อประกันภัยภาคบังคับ หรือที่เรียกกันติดปากว่า พ.ร.บ. รถมอเตอร์ไซค์ กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. ก่อนจึงจะสามารถนำไปชำระภาษีประจำปีได้ ซึ่งตาม ตรอ. ส่วนใหญ่จะมีบริการขาย พ.ร.บ. และรับต่อภาษีให้พร้อมกันเลย เพื่อความสะดวกของเรา
สรุปบทความ
การตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ เป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้แน่ใจว่ารถของเรามีสภาพพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย และไม่สร้างมลพิษเกินมาตรฐานก่อนนำไปต่อภาษีประจำปี การหมั่นดูแลและตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราขับขี่ได้อย่างถูกกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับชีวิตของเราในทุก ๆ การเดินทางอีกด้วย
สำหรับว่าที่ไบค์เกอร์ที่อยากจะมีรถมอเตอร์ไซค์ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวัน รถมอเตอร์ไซค์ Yamaha มีรถมอเตอร์ไซค์ให้คุณได้เลือกหลากหลาย Segment ทั้งรถระบบออโตเมติก รถครอบครัว รถสปอร์ต และบิ๊กไบค์ สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูสินค้าได้ที่ เว็บไซต์ Yamaha Motor หรือสอบถามข้อมูลได้ผ่าน Line : Yamaha Society TH หรือโทร 02-263-9999 เรามีพนักงานที่พร้อมบริการ และคำแนะนำ เพื่อให้คุณได้รถมอเตอร์ไซค์ที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์
รถมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงสภาพสามารถตรวจ ตรอ. ผ่านหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับลักษณะการดัดแปลง หากเป็นการดัดแปลงเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม เช่น เปลี่ยนชิ้นส่วนตกแต่ง และไม่ส่งผลต่อความปลอดภัยหรือขัดต่อกฎหมายมักจะตรวจผ่าน แต่หากดัดแปลงสภาพเครื่องยนต์ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก หรือดัดแปลงสภาพรถให้ต่างไปจากเดิมในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ จะต้องนำรถไปให้วิศวกรรับรองและตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ที่กรมการขนส่งทางบกเท่านั้น
ขาดต่อภาษีเกิน 1-3 ปี ต้องตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ใหม่หรือไม่?
หากรถมอเตอร์ไซค์ขาดต่อภาษีเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี จะไม่สามารถนำรถไปตรวจที่ ตรอ. ได้ ต้องนำรถไปตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น พร้อมชำระภาษีย้อนหลังและค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน แต่หากขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ ต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนและสมุดคู่มือไปคืนขนส่ง และต้องดำเนินการจดทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด
การตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ ใช้เวลานานแค่ไหน?
หากเราเตรียมเอกสารครบถ้วน และตัวรถไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ไข การตรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์ที่ ตรอ. จะใช้เวลาไม่นานเลย โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น (ไม่รวมเวลารอคิว) เพราะขั้นตอนการตรวจเช็กระบบต่าง ๆ และการวัดค่ามลพิษทำได้อย่างรวดเร็ว