5-Unseen-Places-to-Visit-in-Bueng-Kan_Cover
Lifestyle

แชร์พิกัด 5 ที่เที่ยวบึงกาฬสุด Unseen เมืองลับสุดขอบแดนอีสานที่จะทำให้คุณหลงเสน่ห์!

 
     บึงกาฬ จังหวัดน้องใหม่ที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นหู แต่หากได้ลองมาเยือนสักครั้ง จะต้องตกหลุมรักในเสน่ห์ของธรรมชาติที่งดงาม และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายที่อบอุ่นใจ อีกทั้งยังเป็นที่เที่ยวเมืองรองทางภาคอีสานที่น่าปักหมุดไปเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ ในโซนเดียวกัน วันนี้เราเลยจะมาชวนเหล่าไบเกอร์ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวบึงกาฬกับ 5 พิกัดสุด Unseen ที่รอให้ได้ไปเช็กอิน โดยเฉพาะไบเกอร์สายกรีน ที่รับรองว่าถ้าคิดถึงธรรมชาติต้องคิดถึงบึงกาฬเป็นชอยส์แรก! จะมีที่ไหนบ้างไปดูกัน
 
5-Unseen-Places-to-Visit-in-Bueng-Kan_1

1. หินสามวาฬ

     เห็นแค่รูปก็รู้เลยว่าต้องห้ามพลาด! เพราะเป็นที่เที่ยวบึงกาฬสุด Unseen ที่แรกที่เราอยากแนะนำให้ไบเกอร์ได้ไปเช็กอิน นั่นก็คือ ‘หินสามวาฬ’ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงชมพู ความพิเศษของหินสามวาฬคือ เป็นผาหินก้อนใหญ่ 3 ก้อน ซึ่งมีอายุราวๆ 75 ล้านปีที่ตั้งเรียงต่อกัน หากมองดูจากระยะไกลจะเห็นว่าหินทั้ง 3 ก้อนนี้มีลักษณะเหมือนกับครอบครัวปลาวาฬที่มีทั้งพ่อ แม่ ลูก เรียงต่อกัน เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยอลังการที่สุดในภูสิงห์ และแน่นอนว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงามที่สุดเช่นกัน แถมมองเห็นความสวยงามของผืนป่าของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขงด้วย มากกว่านั้นจากจุดนี้ยังสามารถมองเห็นภูเขาเมืองปากกระดิงในประเทศลาวได้ด้วย คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าเป็นที่เที่ยวบึงกาฬที่มาเช็กอินแล้วคุ้มค่าสุดๆ !


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน 05.30 - 18.30 น. 

ค่าบริการ : คนละ 20 บาท 

     การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ไบเกอร์ใช้ถนนหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าจังหวัดนครพนม จะเจอทางเข้าภูสิงห์อยู่ด้านขวามือ ให้เลี้ยวเข้าไปและขี่ไปตามเส้นทางเรื่อยๆ ประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมาย
 
5-Unseen-Places-to-Visit-in-Bueng-Kan_2

2. ประตูภูสิงห์

     มาต่อกันที่ ‘ประตูภูสิงห์’ ที่เที่ยวบึงกาฬสุด Unseen อีกที่หนึ่งในเขตของภูสิงห์ ตั้งอยู่ในตำบลโคกก่อง อำเภอเมือง มีลักษณะเด่นแปลกตาด้วยเพราะเป็นหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน ตั้งอยู่ริมหน้าผาที่มองดูแล้วคล้ายกับช่องเขา เมื่อเดินผ่านเข้าไปบริเวณหน้าผาจะพบกับวิวผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่เบื้องหน้า และยังเป็นจุดถ่ายรูปที่เหมาะกับการถ่ายแบบ Silhouette ที่นอกจากมีความเท่ไม่เหมือนใครแล้ว ยังมีความสวยงามที่เหมือนกับธรรมชาติตั้งใจสร้างขึ้นเป็นฉากหลังอย่างไรอย่างนั้น ถือเป็นจุดไฮไลท์ของภูสิงห์ที่ไม่แวะถือว่าพลาดเลยทีเดียว


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน 05.00 - 18.30 น.

     การเดินทาง : เนื่องจากประตูภูสิงห์อยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬ 24 กิโลเมตร แนะนำให้ไบเกอร์ขี่ไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง หรือใช้ถนนหลวง 212 ไปทางจังหวัดนครพนม ขี่มาตามทางเรื่อยๆ จะเจอกับทางเข้าภูสิงห์อยู่ด้านขวามือ ให้เลี้ยวเข้าไปและขี่ต่อไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะเจอที่จอดรถลานกางเต็นท์ถ้ำฤาษี และเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงประตูภูสิงห์แล้ว

ค่าเข้าชม : คนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
 
5-Unseen-Places-to-Visit-in-Bueng-Kan_3

3. ลานธรรมภูสิงห์

     ทิศเหนือของเขตภูสิงห์ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก หินสามวาฬ มากนัก นั่นก็คือ ลานธรรมภูสิงห์ เป็นลานกว้างและเป็นที่ตั้งของหินทรายแดงขนาดใหญ่ หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าคล้ายราชสีห์หมอบอยู่ ดูโอ่อ่า ยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม จึงเป็นที่มาที่ทำให้ชาวบ้านเรียกขานกันว่าภูสิงห์นั่นเอง 

     อีกหนึ่งความน่าสนใจของลานธรรมภูสิงห์คือ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ‘หลวงพ่อพระสิงห์’ ที่มีสีทองอร่าม ให้กราบสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม จัดกิจกรรมทางศาสนาเป็นประจำทุกปี ยังไม่หมดเท่านี้… เพราะฝั่งตะวันออกยังเป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงได้สุดสายตาเลยทีเดียว ถือเป็นสถานที่เที่ยวบึงกาฬที่น่ามาเช็กอินไม่แพ้ที่ไหนๆ


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน 05.00 - 18.30 น.

     การเดินทาง : สำหรับชาวไบเกอร์ สามารถขี่มอเตอร์ไซค์มาตามพิกัดนี้ได้เลย https://maps.app.goo.gl/gwjKZ8evqtzvkh7A9
 
5-Unseen-Places-to-Visit-in-Bueng-Kan_4

4. ถ้ำนาคา

     มาถึงไฮไลท์ที่เที่ยวบึงกาฬสุด Unseen อย่าง ‘ถ้ำนาคา’ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ถ้ำพญานาค’ แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง บอกเลยว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่มีความแปลกตาไม่เหมือนใคร และยังมีปรากฏการณ์ Sun Crack ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืนอย่างรวดเร็ว จนทำให้หินเกิดการขยายตัวและหดตัวสลับไปมา จนแตกเป็นลายเหลี่ยม ต่อมามีการผุพังและกัดเซาะโดยน้ำและอากาศในแนวดิ่ง จนทำให้พื้นผิวของหินดูคล้ายกับเกล็ดของงูยักษ์ หรือพญานาค ด้วยความสวยงามแปลกตานี้จึงทำให้ถ้ำแห่งนี้ดึงดูดผู้คนไม่ขาดสาย 

     โดยภายในถ้ำจะมีหินที่มีลักษณะเหมือนลำตัวของพญานาคที่มีความสวยงาม แต่ก็แฝงไปด้วยความน่าพิศวงไม่น้อย นอกจากนี้ยังพบหินที่มีลักษณะคล้ายส่วนหัวของงูยักษ์ในบริเวณที่ไม่ไกลจากส่วนลำตัวด้วย และไม่นานมานี้ยังได้มีการสำรวจพบส่วนหัวพญานาคแห่งที่ 2 ในจุดที่เป็นเส้นทางเดินธรรมชาติ ซึ่งเป็นเส้นทางของหน่วยพิทักษ์ฯ พระธาตุเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ โดยส่วนหัวพญานาคแห่งที่ 2 ที่ถูกค้นพบตั้งอยู่ระหว่างยอดเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ กับยอดเจดีย์พระอาจารย์เสาร์ (เจดีย์หลวงปู่วัง) นั่นเอง


เวลาเปิด - ปิด : 06.30 - 14.00 น. (ส่วนใหญ่ถ้ำนาคาจะปิดฟื้นฟูในช่วงเดือน พฤษภาคม หรือมิถุนายนของทุกปี ก่อนเดินทางสามารถเช็กเวลาเปิดปิด ได้ที่ https://www.facebook.com/PhulangkaTH

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท เด็ก 100 บาท ค่าประกันอุบัติเหตุในเขตอุทยาน 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท

     การเดินทาง : แนะนำให้ใช้ถนนหลวงหมายเลข 212 (นครพนม - บ้านแพง - หนองคาย) เนื่องจากภูลังกาตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดหนองคาย 220 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอบ้านแพงประมาณ 6 กิโลเมตร หากขี่มอเตอร์ไซค์มาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ได้ 2 เส้นทางคือ กรุงเทพฯ-อุดรธานี-พังโคน-วานรนิวาส-เชกา-บ้านแพง หรือจะใช้เส้นกรุงเทพฯ-สกลนคร-นครพนม-บ้านแพง ก็ได้เช่นกัน

5-Unseen-Places-to-Visit-in-Bueng-Kan_5 

5. น้ำตกกินรี

     ปิดท้ายกันด้วยความสดชื่นจากสายน้ำธรรมชาติของ น้ำตกกินรี น้ำตกที่อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬทีเดียว เป็นน้ำตกเล็กๆ สูง 2 ชั้น ที่เชื่อมต่อกับอำเภอนาทม จังหวัดนครพนม เป็นเหมือนรอยต่อระหว่าง 2 จังหวัด ที่สามารถเที่ยวแบบเชื่อมต่อระหว่างกันได้ และแม้จะเป็นน้ำตกเล็กๆ แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติตลอดสองข้างทาง มีลานกว้างให้เล่นน้ำได้ สูดอากาศธรรมชาติ วิวสวยงามร่มรื่น 

     จุดไฮไลท์ของน้ำตกกินรีที่พลาดไม่ได้คือ ‘หินโลมา’ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางลานกว้างขนาดเล็ก ถ้าไม่ลงเล่นน้ำก็ต้องบอกเลยว่าเป็นมุมลับที่เหมาะกับการเก็บภาพสวยๆ ไว้ในบันทึกการเดินทาง เพราะความสวยงามของชั้นหินที่สลับซับซ้อนจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา ก่อนจะถูกห่มคลุมด้วยความเขียวชอุ่ม เห็นภาพแบบนี้ใครมาเที่ยวน้ำตกกินรีต้องไม่พลาดมาเช็กอินที่นี่! นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ ‘วังนาคินทร์’ ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นที่ประทับของ ‘เจ้าปู่องค์ดำแสนศิริจันทรานาคราช’ บนแนวเขาภูลังกา ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ และวัดป่ากินรี ที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาในพื้นที่อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม และแน่นอนว่าไม่เคยว่างเว้นจากนักท่องเที่ยว และผู้คนที่ศรัทธาต่างเดินทางมากราบไหว้บูชา


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.30 - 16.30 น. (ควรขึ้นน้ำตกก่อน 14.00 น.) 

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่าจอดยานพาหนะ รถมอเตอร์ไซค์ 20 บาท

     การเดินทาง : ไบเกอร์ที่ขี่มาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ได้ 2 เส้นทางคือ กรุงเทพฯ-อุดรธานี-พังโคน-วานรนิวาส-เชกา-บ้านแพง หรือจะใช้เส้นกรุงเทพฯ-สกลนคร-นครพนม-บ้านแพง หรือมาตามพิกัดนี้ได้เลย https://maps.app.goo.gl/jG3FkxP5jM6JfFUF9
 

     และนี่ก็คือ 5 พิกัดที่เที่ยวบึงกาฬสุด Unseen ของจังหวัดเล็กๆ สุดขอบแดนอีสาน ที่เราอยากให้ชาวไบเกอร์ได้ลองขี่ไปสัมผัสและเช็กอินดูสักครั้ง กับบรรยากาศธรรมชาติแบบดิบๆ ที่เหมือนธรรมชาติตั้งใจสร้างไว้ให้เรา ไหนจะวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของผืนป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ รับรองได้เลย ถึงจะไม่ใช่ไบเกอร์สายกรีน ก็ต้องอยากกลับไปเที่ยวอีกครั้งแน่นอน 


     สำหรับไบเกอร์คนไหนที่ต้องการรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่เพื่อขี่ไปเที่ยวบึงกาฬตามพิกัดที่เราปักเอาไว้ ขอแนะนำ Yamaha XMAX รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกพรีเมียม สมรรถนะสูง ขี่สนุก มาพร้อมเทคโนโลยีและฟีเจอร์สุดล้ำ ตอบโจทย์การขับขี่ได้อย่างลงตัว โดยสามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ทุกสาขา ทั่วประเทศ และมาเป็นชาวแก๊งเดียวกัน เพื่อไม่พลาดทุกเทรนด์ของไบเกอร์ แอดไลน์ยามาฮ่า @yamahasociety เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย!