Travel-to-Lampang_Cover
Lifestyle

เที่ยวลำปาง! สัมผัสวิถีชีวิตเมืองรถม้า แพลนทริปสองล้อแบบคนชอบเที่ยว

 
     ลำปาง จังหวัดเมืองรองทางภาคเหนือที่แม้จะรับหน้าที่เป็นทางผ่านไปจังหวัดอื่นๆ แต่ลำปางกลับน่าดึงดูดด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่เที่ยวสวยงามมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ ทั้งวัดวาอาราม พิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชาวล้านนา และที่เที่ยวทางธรรมชาติที่รอให้ชาวไบเกอร์ได้ไปสัมผัส วันนี้เราจึงมี 5 ที่เที่ยวลำปางมาแนะนำไบเกอร์ที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวแบบชิลล์ๆ รับรองจะได้ประสบการณ์สุดล้ำค่า และคุ้มค่าไม่แพ้ที่ไหนๆ พร้อมแล้วก็บิดมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ที่เมืองแห่งรถม้ากัน!
 
Travel-to-Lampang_1

1. วัดพระธาตุลำปางหลวง

     วัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวลำปาง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีความงดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบล้านนามากมาย หนึ่งในนั้นคือเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า หรือพระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิศิลปะแบบล้านนา แกะสลักด้วยหยกสีเขียว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวลำปาง 

     วิหารกู่พระเจ้าล้านทอง เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณท้ายพระวิหารหลวง เป็นวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2019 โดยเจ้าหมื่นคำเป๊ก ภายในมีซุ้มปราสาททองเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ‘พระเจ้าล้านทอง’ ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในลำปาง ให้ได้กราบสักการะขอพรกันด้วย  

     องค์พระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงล้านนาผสมเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นทรงระฆังคว่ำ ก่ออิฐถือปูนและหุ้มด้วยแผ่นทองเหลือง โดยมีความเชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว แต่ไฮไลท์สำคัญที่เหมือนแม่เหล็กดึงดูดให้เดินทางมาที่วัดพระธาตุลำปางหลวงคือ การชม ‘พระธาตุกลับหัว’ และ ‘พระวิหารกลับหัว’ ปรากฎการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดจากการหักเหของแสง ทำให้ปรากฏเป็นเงาพระธาตุและพระวิหารในมุมกลับ! โดยจุดชมเงาพระธาตุกลับหัวจะอยู่บริเวณมณฑปพระพุทธบาทที่อยู่ด้านหลังองค์พระธาตุเจดีย์นั่นเอง แต่มีกฎอยู่ว่าผู้หญิงไม่สามารถขึ้นไปชมได้ 

     อีกหนึ่งความน่าสนใจคือบันไดทางเดินขึ้นพระธาตุที่มีสิงห์ใหญ่ 2 ตัว เฝ้าอยู่ด้านหน้า และพญานาค 5 เศียร ที่ทอดยาวไปจนถึงซุ้มประตูโขง ซุ้มประตูอิฐขนาดใหญ่ที่มีลวดลายปูนปั้นสวยงาม ด้านหน้าพระธาตุลำปางหลวง ก่อนที่จะเข้าสู่วิหารหลวง ซึ่งเป็นฝีมือของช่างหลวงในอดีต เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเช็กอินกัน

     ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกมากมายให้ได้ชม ไบเกอร์คนไหนสนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด! และยังเป็นวัดประจำปีเกิดของคนปีฉลูตามความเชื่อของคนล้านนาอีกด้วย


เปิดให้เข้าชม : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.30 - 17.00 น.

ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย

พิกัด : สำหรับไบเกอร์ที่อยากขี่มอเตอร์ไปชมความงามของพระธาตุลำปางหลวง สามารถใช้เส้นทางหลวงสายลำปาง - เถินได้เลย เมื่อถึงแยกเข้าตัวอำเภอเกาะคา ให้เลี้ยวขวาแล้วขี่ต่อไปจนถึงที่ว่าการอำเภอเกาะคา จากนั้นเลี้ยวซ้ายแล้วขี่ตรงไปอีก 2 กิโลเมตร เมื่อเจอทางแยกบังคับเลี้ยว ให้เลี้ยวและขี่ต่อไปอีก 1 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมาย หรือคลิกพิกัดที่แปะไว้ได้เลย PRATARTLAMPANGLUANG TEMPLE
 
Travel-to-Lampang_2

2. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย

     ที่เที่ยวลำปางสำหรับไบเกอร์สายกรีน ขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร ซึ่งที่ศูนย์อนุรักษ์แห่งนี้มีช้างกว่า 50 เชือก ที่เปิดให้เข้าชมและทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับช้างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งช้างชมธรรมชาติ ชมการแสดงช้างวาดภาพ เล่นดนตรี หรืออาบน้ำช้าง มากกว่านั้นยังเป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตของควาญช้าง การฝึกเป็นควาญช้าง โรงพยาบาลช้าง และโรงฝึกช้างอีกด้วย ชื่นชมช้างไทย ร่วมกิจกรรมสุดอบอุ่นจนแดดร่มลมตกอยากพักค้างคืน ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยก็มีที่พักไว้ให้บริการด้วย 


เปิดให้เข้าชม : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 16.00 น.

ค่าเข้าชม : คนไทยและชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท อยากรู้รายละเอียดกิจกรรมอื่นๆ ภายในศูนย์อนุรักษ์ช้าง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://thailandelephant.org/

พิกัด : ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 11 (สายลำปาง - ลำพูน) เดินทางมาที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยได้ โดยขี่ตรงมาเรื่อยๆ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยจะอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 28 - 29 หรือปักหมุดมาตามที่เราแปะไว้ให้ได้เลย Thai Elephant Conservation Center
 
Travel-to-Lampang_3

3. โรงไฟฟ้าแม่เมาะ

     เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวลำปางที่ต้องลองไปเช็กอินสักครั้งถ้ามีโอกาสได้ขี่มอเตอร์ไปเที่ยวเมืองรถม้าอย่างลำปาง เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงเหมืองแร่ลิกไนต์และโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดให้เข้าชมด้วย ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ที่จัดแสดงต้นกำเนิดของถ่านหินและประวัติความเป็นมาของเหมืองแม่เมาะ, ลานแสดงเครื่องมือในการทำเหมือง โดยมีทั้งอุปกรณ์ เครื่องยนต์ เครื่องจักรที่ใช้ในการทำเหมือง การลำเลียง เป็นต้น สามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ หรือจะเป็นจุดชมวิวเหมืองแม่เมาะ ที่รับรองว่าจากจุดนี้จะได้ชมวิวของเหมืองแม่เมาะและโรงผลิตไฟฟ้าได้แบบ 360 องศา ถ้าแรงยังมีเหลือก็ขอให้ไปต่อที่สกายวอล์คที่นอกจากได้ถ่ายรูปเก็บมุมสวยๆ แล้วยังได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติด้วย 

     ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะยังมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง ‘เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ’ ที่จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ที่เปิดให้เข้าชมความสวยงามของดอกบัวตองที่บานสะพรั่งเป็นทุ่งสีเหลืองทองยาวสุดสายตาบนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ซึ่งภายในงานยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้ทำ เช่น แม่เมาะสไลเดอร์, ขบวนแฟนซี, แม่เมาะคานิวัล เป็นต้น หากสนใจรายละเอียดเทศกาลเที่ยวแม่เมาะ สามารถติดตามข่าวสารได้ที่นี่


เปิดให้เข้าชม : เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ส่วนเวลาในแต่ละโซน สามารถเช็กได้ที่ กฟผ. แม่เมาะ)

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

พิกัด : ใช้ถนนหลวงหมายเลข 1 (สายลำปาง - เชียงราย) ขี่ตรงมาเรื่อยๆ เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 601 ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 11 (สายลำปาง - อำเภอเด่นชัย) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 10 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนผาลาด - แม่เมาะ ขี่ต่อไปเรื่อยๆ อีก 10 กิโลเมตร จะผ่านที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ จากนั้นขี่ต่ออีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยสามารถกดตามหมุดที่เราปักไว้ได้เลย Mae Moh Mine Museum
 
Travel-to-Lampang_4

4. สะพานรัษฎาภิเศก

     สะพานเก่าแก่ของเมืองลำปาง แลนด์มาร์คสำคัญที่ใครมาเที่ยวลำปางต้องแวะมาถ่ายรูปเช็กอิน โดยสะพานขาวแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนนรัษฎา ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หรือในปี พ.ศ. 2460 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ดูสะดุดตาด้วยรูปทรงโค้งคันธนูทอดผ่านข้ามแม่น้ำวังใจกลางเมือง ที่มีทั้งสัญลักษณ์และความหมายแฝงอยู่ด้วย เริ่มจากเสาทั้งสองฝั่งสะพานที่มีความหมายเปรียบดังความแข็งแรงและสง่างาม บนยอดเสามีพวงมาลาประดับอยู่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครุฑสีแดงประดับอยู่บริเวณกลางเสาทั้ง 4 ต้น หมายถึงตราสัญลักษณ์ของแผ่นดิน และไก่หลวงหรือไก่ขาวที่ประดับอยู่ตรงกลางเสาด้านข้างทุกต้น หมายถึงสัญลักษณ์ประจำนครลำปางนั่นเอง ซึ่งนอกจากเป็นจุดเช็กอินถ่ายรูปแล้ว ใกล้ๆ กันยังมี Street Art ที่จัดแสดงบริเวณกำแพงบ้านริมแม่น้ำวังให้เดินชมกันด้วย


เปิดให้เข้าชม : เปิดให้เข้าชมทุกวัน 

ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย

พิกัด : https://goo.gl/maps/81wgvoiXkD6tcC5m9
 
Travel-to-Lampang_5

5. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

     ปิดท้ายทริปลำปางกันที่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน หรือบ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ตั้งอยู่ที่ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 786 ตารางกิโลเมตร โดยครอบคลุมถึง 4 อำเภอด้วยกัน คือ อำเภอเมืองปาน, อำเภอเมืองฯ, อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอวังเหนือ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนยังเป็นแนวแบ่งเขตระหว่างจังหวัดลำปางและเชียงใหม่ ที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 

     ภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำร้อนน้ำแร่ที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินตามธรรมชาติ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 70 - 80 องศา ซึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดก็คือ การนำไข่ไปแช่น้ำร้อน ทั้งไข่ไก่และไข่นกกระทา และเมนูเด็ดที่ใครมาเที่ยวลำปางต้องกินคือ ยำไข่แช่น้ำแร่ นอกจากนี้ยังมี ‘น้ำตกแจ้ซ้อน’ ที่ไหลมารวมกับธารน้ำร้อนจนกลายมาเป็นบ่อน้ำอุ่น สามารถลงไปแช่ อาบน้ำ เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้า 

     อีกหนึ่งกิจกรรมที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือ การแช่ออนเซ็น ซึ่งในอุทยานจะมีห้องออนเซ็นส่วนตัวให้บริการ ลองนึกภาพตามกันก่อนว่าถ้าได้แช่ออนเซ็นที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แถมอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติที่ห่มคลุมด้วยต้นไม้เขียวๆ จะดีแค่ไหน! ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวลำปางจึงไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง!


เปิดให้เข้าชม : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม : คนไทย 50 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท 

พิกัด : จากตัวเมืองลำปางสามารถใช้ถนนหลวงหมายเลข 1035 สายลำปาง - แจ้ห่ม ได้ โดยขี่ไปจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 58 ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1287 มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอปาน และให้เลี้ยวขวาที่สามแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 1252 สายข่วงกอม - ปางแฟน ขี่ต่อไปอีก 11 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ ขี่ไปตามถนนอีก 3 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมาย หรือหากกลัวหลงสามารถคลิกพิกัดที่เราแปะไว้ให้ได้เลย บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน

     และนี่คือ 5 ที่เที่ยวลำปาง ที่อยากแนะนำเหล่าไบเกอร์ได้ขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยว เช็กอิน แช่ออนเซ็นกันดูสักครั้ง รับรองว่าได้ครบทุกอรรถรส ไม่ผิดหวังกับเมืองรถม้าที่ชื่อลำปางแน่นอน

 

     สำหรับไบเกอร์คนไหนที่มองหารถมอเตอร์ไซค์ออกทริปแบบนี้ เราขอแนะนำ Yamaha XMAX รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกพรีเมียมสปอร์ต ดีไซน์หรู พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ เช่น แอปพลิเคชัน Y - Connect เชื่อมต่อฟังก์ชันต่างๆ เข้ากับรถผ่านสมาร์ทโฟนให้รู้ข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ ทั้งระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อกแบบ Dual Channel,  Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรีและรักษาสมดุลให้กับรถ และยังมีระบบจอเรือนไมล์ที่รองรับการเชื่อมต่อระบบนำทาง Garmin Navigation System ช่วยให้การเดินทางไม่สะดุด แถมสะดวกสบายมากขึ้นด้วย

     ชาวไบเกอร์คนไหนสนใจสามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการยามาฮ่า ทุกสาขา ทั่วประเทศ และมาเป็นชาวแก๊งเดียวกัน เพื่อไม่พลาดทุกเทรนด์ของไบเกอร์ แอดไลน์ยามาฮ่า @yamahasociety เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย!
 
Travel-to-Lampang_6