ดูแลยางรถมอเตอร์ไซค์_Cover
Tip & Tricks

วิธีดูแลยางรถมอเตอร์ไซค์ให้คงทน ใช้ได้นาน ที่สายไบค์เกอร์ไม่ควรพลาด!

 

    การดูแลรถมอเตอร์ไซค์ที่ดี นอกจากการตรวจเช็กเครื่องยนต์และระบบภายในแล้ว ต้องอย่าลืมที่จะดูแลสภาพภายนอกด้วย โดยเฉพาะ “ยางรถมอเตอร์ไซค์” เพราะถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งคอยทำหน้าที่รองรับน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุก ช่วยลดแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนจากพื้นถนนขณะขับขี่ ช่วยยึดเกาะพื้นถนนและช่วยในการเปลี่ยนทิศทางการขับขี่ และทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนและหยุดรถ

  
     อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เราเห็นตามข่าว หลายๆ ครั้งก็มีสาเหตุมาจากยางรถที่เสื่อมสภาพ ดังนั้น เพื่อความมั่นใจในการเดินทางไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลหรือการเดินทางในชีวิตประจำวัน วันนี้เรามีวิธีดูแลยางรถมอเตอร์ไซค์ที่สายไบค์เกอร์ต้องรู้มาฝาก เริ่มตั้งแต่การทำความรู้จักกับประเภทของยางรถมอเตอร์ไซค์ วิธีการสังเกตยางรถมอเตอร์ไซค์ และวิธีดูแลรักษายางรถมอเตอร์ไซค์ให้ใช้งานได้นาน

 

Yamaha_Aerox155


 

     ประเภทของยางมอเตอร์ไซค์

     เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว ยางรถมอเตอร์ไซค์ ก็เลยจำเป็นต้องมีหลายประเภทเช่นกัน โดยสามารถแบ่งตามลักษณะของรถมอเตอร์ไซค์และรูปแบบของการใช้งานได้ 4 ประเภท ดังนี้

  1. ยางสำหรับขับขี่บนพื้นเรียบ (Road Tyre) เป็นยางรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด เหมาะกับการใช้งานบนพื้นเรียบทั่วไป

  2. ยางสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ (Chopper and Cruiser Tyre) คล้ายกับยางสำหรับขับขี่บนพื้นเรียบแต่จะมีหน้ายางกว้างกว่า ร่องยางลึกกว่า เหมาะสำหรับวิ่งบนถนนเรียบทั่วไปเหมือนกัน แต่ต้องเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่

  3. ยางสำหรับรถวิบาก (Off-Road Tyre) เนื้อยางมีความยืดหยุ่นมากกว่า 2 ประเภทแรก รวมถึงมีดอกยางน้อยแต่ลึกกว่า เพื่อช่วยรีดน้ำและเศษดิน เพราะเหมาะกับการขับขี่ลุยๆ ของสายวิบาก

  4. ยางสปอร์ต (Sport Tyre) เป็นยางรถมอเตอร์ไซค์ที่เนื้อยางนุ่มที่สุด มีดอกยางเยอะ แถมยึดเกาะถนนได้ดี เหมาะกับรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในการแข่งขัน 

 

Yamaha_FINN

 

     วิธีสังเกตยางรถมอเตอร์ไซค์

      นอกจากจะต้องคอยหมั่นตรวจเช็กลมยางและเติมลมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ยางรถมอเตอร์ไซค์อยู่ในสภาพที่พร้อมขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพทุกครั้งที่บิดแล้ว สิ่งที่สายไบค์เกอร์ควรรู้ไว้ก็คือวิธีการสังเกตสภาพยางนอกของรถมอเตอร์ไซค์ สภาพแบบไหนที่ควรเปลี่ยนยาง หรือยังไหวอยู่ สังเกตได้เองเบื้องต้นจาก 3 จุดหลักๆ ต่อไปนี้

  1. เนื้อยาง ยางรถมอเตอร์ไซค์ที่สภาพดี เนื้อยางไม่ควรมีรอยแตกลายงาหรือรอยปริให้เห็น แต่ถ้ามีนั่นหมายความว่า ยางรถมอเตอร์ไซค์ของคุณเริ่มจะหมดสภาพแล้ว

  2. ร่องดอกยาง สำหรับร่องดอกยางรถมอเตอร์ไซค์ ให้สังเกตที่ความลึก โดยยางรถมอเตอร์ไซค์สภาพดีควรมีความลึกของร่องดอกยางไม่น้อยกว่า 3-4 มิลลิเมตร หรือประมาณครึ่งนิ้วก้อย

  3. ดอกยาง ถ้าดอกยางรถมอเตอร์ไซค์โล้นหรืออยู่ในสภาพสึกจนเสมอกับสะพานยาง นั่นหมายความว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางแล้วล่ะ

 
 Yamaha_WR155R

 

     วิธีดูแลรักษายางรถมอเตอร์ไซค์ให้ใช้งานได้นาน

     การเปลี่ยนยางรถมอเตอร์ไซค์เมื่อถึงเวลาเป็นเรื่องจำเป็น แต่การดูแลรักษายางรถมอเตอร์ไซค์อย่างถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุดก็ช่วยให้เราไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้หลายบาทเหมือนกัน ซึ่งไบค์เกอร์สามารถดูแลยางรถมอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังนี้

  1. ขับขี่อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อขับขี่บนถนนที่ขรุขระหรือมีหลุม บ่อ เพราะนอกจากจะทำให้ยางรถมอเตอร์ไซค์เสียหายได้แล้ว ยังเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุด้วย

  2. ตรวจเช็กลมยางและค่าแรงดันลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานอยู่เสมอ

  3. ดูแลความสะอาดของยางรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ควรปล่อยให้มีสิ่งแปลกปลอม เช่น ตะปู เศษหิน เศษเหล็ก หรือของแหลมคมติดอยู่ที่ล้อ

 

ยางรถมอเตอร์ไซค์เสื่อมสภาพเร็วเกิดจากอะไร

1.
ความดันลมยางมอเตอร์ไซค์ไม่เหมาะสม

การเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ควรเติมตามค่าที่ผู้ผลิตยางระบุไว้ เพราะลมยางที่เหมาะสมจะช่วยในการกระจายน้ำหนัก การเร่ง การเบรก และช่วยเพิ่มการยึดเกาะในการเข้าโค้ง ซึ่งถ้าไบเกอร์เติมความดันลมยางสูงเกินไปอาจทำให้ดอกยางสึกหรอ หรือตรงกลางของขอบหน้ายางรถเป็นพิษได้ แต่ถ้าเติมความดันลมยางน้อยเกินไปจะทำให้ดอกยางบริเวณขอบยางรถมอเตอร์ไซค์ด้านนอกสึกหรอเช่นเดียวกัน เพราะเป็นจุดรับน้ำหนักของตัวรถมากที่สุด

2.
ขับขี่บนถนนขรุขระและคดเคี้ยวบ่อยๆ

การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บนสภาพถนนที่ขรุขระและคดเคี้ยวบ่อยๆ จะทำให้ความต้านทานของยางมอเตอร์ไซค์บริเวณหน้ายางเพิ่มขึ้น เพราะหน้ายางเกิดการเสียดสีกับพื้นถนนมากกว่าปกติ ส่งผลให้ยางมอเตอร์ไซค์สึกหรอเร็วขึ้นนั่นเอง รวมถึงการกระแทกแรงๆ หรือการตกหลุม ตกบ่อแรงๆ ก็จะทำให้ยางเสื่อมสภาพ แตกหรือบวมได้

3.
บรรทุกน้ำหนักเกินบ่อยๆ

แน่นอนว่าการบรรทุกน้ำหนักเกินมาตรฐานจะทำให้เกิดการบิดตัวบริเวณหน้ายางที่ทำหน้าที่สัมผัสกับพื้นผิวถนน จนทำให้เกิดความร้อนสูง ส่งผลให้เนื้อยางสึกหรออย่างรวดเร็ว และในบางครั้งอาจกินเนื้อยางจนดอกยางบางอีกด้วย

4.
เบรกหรือออกตัวแรงเป็นประจำ

เวลาที่ใช้ความเร็วบนถนนและเกิดเหตุที่จำเป็นต้องเบรกกะทันหัน จะทำให้ยางมอเตอร์ไซค์ลื่นไถลไปกับพื้นถนนเป็นแนวยาว ส่งผลให้ยางรถมอเตอร์ไซค์สึกหรออย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการออกตัวด้วยความเร็วสูงก็จะทำให้ล้อหมุนฟรี หน้ายางบดไปกับพื้นถนนจนเกิดการเสียดสีอย่างหนัก ทำให้ยางมอเตอร์ไซค์สึกหรอเร็วขึ้นเช่นกัน

5.
ใช้ความเร็วสูงเป็นประจำ

การขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วสูงเป็นประจำอาจทำให้ยางเกิดแรงเสียดทาน และเกิดความร้อนสูงขึ้นจากแรงต้านทานของยางมอเตอร์ไซค์ นอกจากทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้อายุการใช้งานของยางรถมอเตอร์ไซค์สั้นลงตามไปด้วย

6.
จอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน

การจอดรถมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่ยกรถขึ้น หรือจอดรถทิ้งไว้กลางแดดนานๆ จะทำให้การเกิดการกดทับของเนื้อยาง รวมถึงความร้อนของแดดจะทำให้เนื้อยางเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ จนหมดประสิทธิภาพไปในที่สุด


 
 Yamaha_Tire

 

    เป็นยังไงกันบ้างกับวิธีดูแลยางรถมอเตอร์ไซค์ ให้คงทนและพร้อมใช้งานอยู่เสมอที่เราได้รวบรวมมาฝากเหล่าไบค์เกอร์กัน  หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ชาวไบค์เกอร์ ได้รู้วิธีการดูแลรักษายางมอเตอร์ไซค์และให้ความสำคัญกับการดูแลยางรถมอเตอร์ไซค์กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงบ่อยๆ จากการเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรของยางรถมอเตอร์ไซค์ของเรา หรือสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถจักรยานยนต์ของคุณได้ที่ https://www.yamaha-motor.co.th/dealer-services