6. มิติการควบคุม
|

|
ขี่ทางไกลยาวๆแบบทริปนี้ ก็เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำว่า “ช่วงรถ” ALL NEW NMAX ลู่ลมและให้การควบคุมที่ดีเยี่ยม อันเป็นผลมาจากบอดี้ใหม่ที่ยามาฮ่าพัฒนาขึ้นอีกระดับ ขณะที่มิติก็ดีกว่าเดิม ความสูงเบาะ 770 มม. ระยะความกว้างแฮนด์ 740 มม. ฟุตบอร์ด 2 ระดับวางเท้าได้กว้างและยืดออกไปสบายขา ขี่นานๆไม่เมื่อย
อีกด้านก็ปรับ"มิติ"เพิ่มมุมคาสเตอร์ลดเหลือ 26 องศา, ระยะเทรลปรับสั้นลง 2 มม. แถมยังมีน้ำหนักตัวเพียง 131 กก. (เบากว่ารุ่น TECH MAX 3กก.) ส่งผลต่อการบังคับเลี้ยวที่สมูท คล่องตัวกว่าเวอร์ชั่นก่อน สังเกตเวลาโยกรถหลบหลุมเร็วๆไม่มีเสียอาการง่ายๆ
เมื่อเราเข้าสู่จุดที่ต้องขี่ "ความเร็วสูง-เข้าโค้งไฮสปีด" บนเส้นทางหมายเลข 12 จาก "พิษณุโลก" ไปยัง "เขาค้อ" ที่ต้องซัดกันยาวนับ 100 กม. ปรากฎว่าการทรงตัวของรถที่ให้ช่วงล่างมาในฟีลสปอร์ตกับลักษณะการขี่เกินเลเวลแบบนั้นยังทำได้ดีเยี่ยม ไม่กลัวโค้ง แถมยางเดิมติดรถ( IRC IZS) ต้องบอกว่า...สอบผ่าน!!
|
7. ฝนตก แวะเยือนวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
|

|
หลังจากเมามันส์กับความเร็วมาพักใหญ่ เลขไมล์สะสมบนหน้าจอทะลุ 250 กม. เมื่อผ่านเข้าสู่เขต อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายขึ้นไปยัง “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีความงามของพุทธสถาปัตย์แตกต่างจากวัดทั่วๆไป ชื่นชมความงามของวัดและวิวพร้อมกับทำบุญเสร็จแล้ว ฝนก็ตกลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ เอาละสิ!! เคยได้ยินพี่ในกลุ่มเค้าบอกยางเดิมให้ระวังซะด้วย ฮา ฮา
|

|
เราลงมาจากวัดพระธาติผาซ่อนแก้วในภาพทางเปียกชื้น และต้องยูเทิร์นย้อนกลับไปเพื่อไปยัง The Blue Sky Resort ซึ่งเป็นจุดหมายของทริปนี้ ยางติดรถซึ่งเป็น IRC IZS หน้า110/70-13 หลัง 130/70-13 ที่ต้องเผชิญกับถนนเปียกน้ำฝนปนโค้งไฮสปีดอีกนับสิบ เอาเข้าจริงก็วิ่งฉลุยไม่ได้มีปัญหากับพื้นเปียกแต่อย่างใด สุดท้ายก็เดินทางถึงที่พักอย่างปลอดภัยครบถ้วนทุกคัน
|
8. ฟังก์ชัน
|
สำหรับเวอร์ชั่นปกติที่เราทดสอบครั้งนี้ มีฟังก์ชั่นที่ “แตกต่าง” จากรุ่น TECH MAX อยู่หลักๆ 6 จุดคือ
ไม่มีชามไฟฟ้า YECVT ไม่มีปะกับคอนโทรลด้านซ้ายแบบมีปุ่ม Shift ไม่มี ไรดิ้งโหมด S และ T
ไม่มีหน้าจอ 2 ชั้น LCD กับ TFT ไม่สามารถใช้งานแอพนำทาง Garmin Street cross ได้
ไม่ใช้หนังหุ้มเบาะที่ตัดเย็บแบบเวอร์ชั่น TECH MAX
|

|

|

|
ส่วนฟังก์ชั่นนอกเหนือจากที่รีวิวมาด้านบน ก็ยังมีจุดที่ “เหมือนกัน” ดังนี้
มีUBOX ความจุ 25 ลิตร จุเยอะ ใส่หมวกเต็มใบบางรุ่นได้
มีช่องชาร์จไฟ TYPE C ที่ช่องใส่ของฝั่งซ้าย
มีช่องใส่ของฝั่งขวาพร้อมบานปิด-เปิดใช้งานง่าย
มีระบบไฟ Full LED ดีไซน์ เท่หล่อกว่าเดิม
มีฟังก์ชั่น Y-Connect
มี Smart Key
มี Stop & Start System
มีขาตั้งข้างแบบ Side Stand Switch
|
9. ตัวเลือกสี มีเยอะกว่า
|

|

|
สุดท้ายเป็นเรื่องภาพลักษณ์และสีสันที่เวอร์ชั่น STD มีให้เลือกหล่อๆถึง 4 แบบ คือ สีแดง, สีดำ, สีขาว และสีฟ้า ด้วยราคาแนะนำ 98,500 บาท (ส่วนรุ่น TECH MAX มี 2 สีคือ เทา-ดำ และ น้ำตาล-ดำ ราคาแนะนำ 113,500 บาท)
จบทริปการทดสอบครั้งนี้ ถือว่าได้ข้อสรุปย้ำชัดถึงการเป็นรถออโตเมติคสไตล์พรีเมียมคลาส 155 ที่ครบเครื่องน่าใช้ และในเวอร์ชั่นปกติก็ให้ทุกอย่างคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ แนะนำเป็นพิเศษเลยครับสำหรับ ALL NEW YAMAHA NMAX
|