Riding-a-motorcycle-around-Samut-Songkhram_Cover
Lifestyle

ปักหมุดใกล้กรุง! ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวสมุทรสงคราม กินเที่ยว ทำบุญ ครบจบในวันเดียว

 

     วันหยุดสั้นๆ เสาร์ - อาทิตย์แบบนี้ เหมาะกับการออกไปพักใจจากความเหนื่อยล้า ปิดสวิสซ์ความวุ่นวายตลอดทั้งสัปดาห์ แต่… จะไปเที่ยวที่ไหนดี? ที่ไม่ต้องลางาน ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวได้แบบวันเดียวจบสบายๆ ใครยังไม่มีจุดเช็กอินในใจ… ลองไปเที่ยวสมุทรสงครามดูไหม?


ความดีงามของสมุทรสงครามไม่ใช่แค่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของวิถีชุมชน ตลาดน้ำ อาหาร จุดเช็กอินถ่ายรูปแบบไม่ซ้ำ และวัดวาอารามให้สายบุญได้แวะขอพร ไหนจะวิวข้างทางที่ดีต่อใจแบบสุดๆ บอกเลยว่าทริปนี้นอกจากได้พักแล้ว ยังได้รีเฟรชหัวใจไปกับบรรยากาศสุดชิลล์ แถมเหมาะกับไบเกอร์ทุกสาย ทั้งกิน เที่ยว ทำบุญ ครบจบในวันเดียว ไบเกอร์คนไหนที่กำลังมองหาทริปเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ อยู่ต้องไม่พลาด!

 
 
Riding-a-motorcycle-around-Samut-Songkhram_1

1.ตลาดร่มหุบ

     ออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ ไปบนถนนพระราม 2 (สายธนบุรี - ปากท่อเดิม) จนถึงกิโลเมตรที่ 63 แล้วชิดซ้ายมุ่งหน้าเข้าสู่ทางคู่ขนานต่างระดับ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม จะเจอกับสี่แยกแรกที่เป็นตลาดให้ขี่ต่อไป พอถึงสี่แยกที่ 2 ให้เลี้ยวขวาอีกครั้งจะเจอทางรถไฟ ให้ขี่ข้ามทางรถไฟไปก็จะเจอ ‘ตลาดร่มหุบ’ ที่เที่ยวสมุทรสงครามที่แรกที่ไม่ไปถือว่าผิด!


เพราะตลาดร่มหุบ หรือตลาดแม่กลอง เป็นตลาดชื่อดังของจังหวัดสมุทรสงครามที่ไม่มีใครเหมือน… และไม่เหมือนใคร เพราะไฮไลท์ตื่นตาตื่นใจสุดหวาดเสียวที่ใครมาเที่ยวก็ต้องแวะมาดู มาถ่ายรูปรถไฟวิ่งผ่ากลางตลาด 8 ครั้งต่อวัน เราจะเห็นภาพพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของต้องวิ่งยกสัมภาระหลบ หุบร่ม หรือเก็บกันสาดเพื่อให้รถไฟวิ่งผ่านไปได้ จนเป็นที่มาของชื่อตลาดร่มหุบ! ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีอีกชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันคือ ‘ตลาดเสี่ยงตาย’ 


ไม่ใช่แค่ภาพรถไฟวิ่งผ่ากลางตลาดที่ชวนลุ้น ตลาดร่มหุบยังมีของขายมากมาย ทั้งของแห้ง ของสด ผลไม้ และ ‘ปลาทูแม่กลอง หน้างอคอหัก’ ของขึ้นชื่อที่ต้องซื้อกลับบ้าน ถึงจะเป็นตลาดเล็กๆ พื้นที่ไม่เยอะมาก แต่มีร้านค้ารวมกว่า 300 ร้าน  และเริ่มตั้งขายตั้งแต่ปีพ.ศ. 2527 

ใครเป็นสายกิน สายโซเชียลรับรองว่าชอบสุดๆ ถือเป็นที่เที่ยวสมุทรสงครามที่ชาวไบเกอร์สามารถขี่มอเตอร์ไซค์มาเช็กอินได้ง่ายๆ แถมยังได้ของกิน ของฝากติดไม้ติดมือกลับไปแบบจุกๆ แต่แนะนำว่าให้มาช่วงเช้าจะได้แสงสวยและไม่ร้อน


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 19.00 น. แต่ถ้าอยากจะมาเห็นรถไฟวิ่งผ่ากลางตลาดก็สามารถมาดูได้ช่วงเวลานี้ 08.30 น., 11.10 น., 14.30 น., 17.40 น. เป็นต้น 

ค่าเข้าชม : ไม่มี

พิกัด : ชาวไบเกอร์สามารถขี่มอเตอร์ไซค์มาตามพิกัดที่เราแปะไว้ให้ได้เลย Talad Rom Hub
 
Riding-a-motorcycle-around-Samut-Songkhram_2

2.ตลาดน้ำอัมพวา

ที่เที่ยวสมุทรสงครามขึ้นชื่อ! ยังไงก็ต้องมี ‘ตลาดน้ำอัมพวา’ อยู่ในลิสต์ท๊อป 3 ที่ต้องไปเช็กอินแน่นอน เพราะเป็นตลาดน้ำชื่อดังที่ตั้งอยู่ริมคลองใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนและท้องถิ่น ฟื้นฟูตลาดน้ำแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนก่อน แนะนำให้มาเดินเที่ยวช่วงเย็นจะได้บรรยากาศชิลล์ๆ ไม่ร้อนมาก มีของดีๆ ให้เลือกซื้อเพียบทั้งของคาวอย่างกุ้งเผาตัวโต ปลาหมึกย่างหอมๆ หอยเชลล์ ใครชอบของหวานก็มีขนมไทยโบราณ ผลไม้ตามฤดู เครื่องดื่มเย็นๆ และสินค้า OTOP คุณภาพดีทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ที่ติดไม้ติดมือเป็นของฝากตามชอบ ได้เห็นภาพร้านรวงทั้งบนบกและพายเรือขาย ท่ามกลางบรรยากาศริมคลองยามเย็นที่ชวนให้นึกถึงวิถีชีวิตของคนในอดีต ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักกินเลยก็ว่าได้


ไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องของกินเท่านั้น ตลาดน้ำอัมพวายังมีกิจกรรมมากมายที่ทำให้บรรยากาศคึกคักไม่เหมือนตลาดน้ำที่อื่นๆ การร้องคาราโอเกะ การเล่นดนตรีสด ความเป็นมิตรของคนในชุมชนที่ทำให้รู้สึกเป็นกันเอง และยังมีไฮไลท์ล่องเรือชมหิ่งห้อยท่ามกลางความมืด อากาศเย็นสบาย ชมแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยข้างทางบนต้นลำพู ใครเป็นสายบุญอยากลองเที่ยวแบบวิถีชีวิตดั้งเดิมแนะนำกิจกรรมล่องเรือไหว้พระ 5 วัดริมน้ำ

ส่วนใครที่อยากมาพักผ่อนค้างคืน เสพบรรยากาศริมน้ำช่วงกลางคืน ที่ตลาดน้ำอัมพวาก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะมีทั้งโฮมสเตย์และที่พักให้บริการ


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 14.00 - 20.00 น.

ค่าเข้าชม : ไม่มี

พิกัด : จากกรุงเทพฯ ชาวไบเกอร์สามารถใช้ถนนพระราม 2 ผ่านสี่แยกมหาชัย - นาเกลือ เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 63 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 3101 (ถนนบางขุนเทียน - ชายทะเล) และขี่ตรงมาเรื่อยๆ จะถึงตลาดน้ำอัมพวา หรือไบเกอร์คนไหนที่กลัวหลงก็สามารถคลิกหมุดที่เราแปะไว้และขี่ตามมาได้เลย Amphawa Floating Market
 
Riding-a-motorcycle-around-Samut-Songkhram_3

3.อุทยาน ร. 2

เปลี่ยนบรรยากาศจากตลาดน้ำ ขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยวกันต่อที่ อุทยาน ร. 2 หรืออุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกของชาติ จนได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจาก UNESCO อีกหนึ่งความน่าสนใจในอุทยาน ร.2 คือการจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยรัตนโกสินทร์ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 ส่วน

  • โรงละครกลางแจ้ง ไว้จัดแสดงโขน ละคร ดนตรี ตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเป็นที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นในโอกาสต่างๆ ด้วย

  • อาคารทรงไทยหมู่ 5 หลัง พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตของชาวไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่จัดแสดงศิลปวัตถุในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของคนไทยในสมัย ร.2 แบ่งเป็น 6 โซน คือ โซนหอกลาง, โซนห้องชาย, โซนห้องหญิง, โซนชานเรือน, ตำแหน่งศิลาฤกษ์, พิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวา

  • สวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดี จุดรวมพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดที่จัดแสดงเพื่อการศึกษาและการอนุรักษ์ และงานประติมากรรมตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เช่น หุ่นจำลองเรื่องสังข์ทอง ไกรทอง และรามเกียรติ์

  • อาคารเรือนไทยหมู่ 9 หลัง พิพิธภัณฑ์พระราชประวัติของรัชกาลที่ 2 ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสื่อมัลติมีเดียที่ฉายภาพพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และยังมีการจัดแสดงโชว์พระอัจฉริยะภาพในทางวรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีไทย นาฏศิลป์ จิตกรรม สถาปัตยกรรม เป็นต้น และมีพระที่นั่งสนามจันทร์จำลอง จัดแสดงโชว์ด้วย

  • พื้นที่ติดริมแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่อเนกประสงค์ที่มีไว้ให้นั่งพักผ่อน และเป็นจุดชมวิวถ่ายรูปสวยๆ แถมยังมีเรือประพาสอุทยานให้เดินขึ้นไปชมและถ่ายรูปได้ด้วย

ใครชอบอะไรไทยๆ สนใจประวัติศาสตร์ บอกเลยว่า อุทยาน ร. 2 เป็นที่เที่ยวสมุทรสงครามที่ไม่น่าพลาด!


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน หยุดเฉพาะวันพุธ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.

ค่าบริการ : ค่าเข้าชม คนไทย/ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ 60 บาท

พิกัด : จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนสายธนบุรี - ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย - นาเกลือ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ขี่ต่อมาเรื่อยๆ จะเจอทางแยกรถไฟ ให้เลี้ยวขวา - เลี้ยวซ้ายที่สามแยกไฟแดง และวิ่งตรงไปอีก 6 กิโลเมตร จะถึงสามแยกอัมพวาให้ชิดซ้ายเลี้ยวเข้าอัมพวาวิ่งผ่านตลาด ข้ามสะพานคลองอัมพวา และขี่ตรงไปเรื่อยๆ จะเจอกับวัดอัมพวันฯ อุทยานจะอยู่ด้านซ้ายมือ หรือขี่ตามหมุดนี้มาได้เลย King Rama II Memorial Park
 
Riding-a-motorcycle-around-Samut-Songkhram_4

4.วัดจุฬามณี

     ไบเกอร์สายบุญ สายมู ขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยวสมุทรสงครามทั้งที ต้องไม่พลาดวัดดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้แวะทำบุญ ขอพร ให้อิ่มเอมใจกันที่ ‘วัดจุฬามณี’ วัดโบราณที่ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวาและคลองผีหลอกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในสมัยพระเจ้าปราสาททอง มีการสันนิษฐานกันว่า ‘ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง’ ต้นราชนิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างวัดนี้

ภายในวัดมีไฮไลท์สำคัญๆ ที่ไม่ควรพลาดอยู่ 3 อย่างด้วยกัน จุดแรกคือ สังขารไม่เน่าเปื่อยของเกจิอาจารย์ชื่อดัง ‘หลวงพ่อเนื่อง โกวิท’ อดีตเจ้าอาวาสที่ถูกเก็บรักษาไว้ให้ลูกศิษย์และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนวัดนี้ได้สักการะกราบไหว้ จุดที่ 2 คือความสวยงามของจิตรกรรม ประติมากรรมของโบสถ์จตุรมุข หินอ่อน ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและนิทานชาดกที่ใช้เวลาวาดถึง 6 ปี โดยฝีมือของจิตรกรหญิงนิตยา ศักดิ์เจริญ มีความกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร 

ผนังโบสถ์ว่าสวยแล้ว พื้นโบสถ์ยังปูด้วยหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน บานหน้าต่างมีการลงรักฝังมุกเป็นภาพตราพระราชลัญจกรในสมัยรัชกาลที่ 1 มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน และยังเป็นที่ประดิษฐานพระประธานบนฐานสูงด้วย 

จุดสุดท้ายคือ องค์พ่อท้าวเวสสุวรรณ ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโบสถ์ ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนามีทั้งหมด 4 ปาง ทั้งปางเทพประทานพรความรักดี ปางหน้ายักษ์ขจัดมาร ปางพรหมาสูติเทพ ที่ประทานพรด้านการเงิน การงาน และปางมนุษย์ ช่วยขจัดปัดทุกข์เข็ญและอุปสรรคต่างๆ  

แถมให้อีกนิด… ที่วัดจุฬามณียังขึ้นชื่อเรื่องวัตถุมงคลอย่างมาก ใครมาเที่ยวต้องบูชาวัตถุมงคลกลับไปเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต และทุกๆ ปีที่วัดจะจัดงานพุทธาภิเษกและสวดนพเคราะห์ด้วย


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 06.00 - 23.45 น.

ค่าบริการ : ไม่มี

พิกัด : ถ้ามาจากตัวเมืองสมุทรสงคราม สามารถขี่มอเตอร์ไซค์มาตามถนนหลวงหมายเลข 35 (บางแพ-สมุทรสงคราม) ได้ พอเลยทางแยกให้ตรงเข้าอำเภออัมพวาไปอีก 200 เมตร เพื่อข้ามสะพานคลองอัมพวา แล้วเลี้ยวขวาขี่ตรงไปอีก 1 กิโลเมตร ก็จะถึงตัววัดจุฬามณีแล้ว แต่ถ้ากลัวหลวงก็คลิกที่หมุดที่เราแปะไว้ให้ได้เลย Wat Chulamanee
 
Riding-a-motorcycle-around-Samut-Songkhram_5

5.บ้านแมวไทย

     ก่อนจบทริปที่เที่ยวสมุทรสงคราม พิกัดสุดท้ายนี้ขอเอาใจไบเกอร์ทาสแมว คนรักแมวกันหน่อยที่บ้านแมวไทยอัมพวา หรือศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ ที่บอกเลยว่าเหมาะกับการหนีมาพักใจ ชาร์จพลังแบบชิลล์ๆ เพราะเป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณที่มีแมวสัญชาติไทยมากกว่า 70 ตัว และเปิดให้ชมเมื่อปี พ.ศ. 2544 บางพันธุ์หายากมากๆ หรือเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ใครเป็นทาสแมวต้องถูกใจแน่นอนเพราะนอกจากจะได้ดูน้องแมวตัวเป็นๆ แล้วยังมีนิทรรศการและข้อมูลเกี่ยวกับแมวไทยพันธุ์ต่างๆ ที่สูญพันธุ์ไปแล้วจัดแสดงให้ความรู้ด้วย 


ภายในบ้านแมวไทยยังมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทยประเภทต่างๆ ตามสมุดข่อยโบราณที่พูดถึงแมวไทยไว้ทั้งหมด 23 สายพันธุ์ ได้แก่ แมวให้คุณ 17 สายพันธุ์ และแมวให้โทษ 6 สายพันธุ์ แต่ในปัจจุบันเหลือสายพันธุ์แมวไทยโบราณเพียง 5 สายพันธุ์เท่านั้น คือ วิเชียรมาศ, ศุภลักษณ์, สีสวาด, โกญจา และขาวมณี ใครอดใจไม่ไหวที่นี่ก็เปิดโซนให้เล่นกับน้องๆ อย่างใกล้ชิด แถมทุกตัวเป็นมิตรมากๆ ทั้งมาอ้อน กระโดดขึ้นตัก มาคลอเคลีย รับรองว่าทาสแมวที่มาเที่ยวต้องตกหลุมรักไปตามๆ กัน

นอกจากมีโซนให้เล่นกับน้องแมวสำหรับคนรักแมวแล้ว ยังมีโซนคาเฟ่ให้นั่งพักผ่อนชิลล์ๆ จิบกาแฟ จิบชา หรือจะจัดหนักกินข้าวได้เลย


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น. 

ค่าบริการ : ไม่เสียค่าเข้าชม

พิกัด : ไบเกอร์สามารถขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (ถนนสมุทรสงคราม - บางแพ) แล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ ต่อด้วยเลี้ยวขวาเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3062 ข้ามคลองประชาชื่น ขี่ตามทางมาเรื่อยๆ จะเจอวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดบางแคใหญ่ ให้ขี่ผ่านวัดมาจะเจอป้ายบ้านแมวไทย ใครกลัวหลงคลิกที่หมุดนี้ได้เลย Ancient Thai Cat Conservation Center (Thai Cat House)
 

     จบทริปแบบอิ่มทั้งกายและใจกับ One Day Trip 5 ที่เที่ยวสมุทรสงครามที่ครบทั้งกิน เที่ยว ทำบุญ แบบสบายๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เหมาะมากกับไบเกอร์ที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หากิจกรรมทำในวันหยุดสบายๆ วันหยุดหน้าถ้ายังไม่มีจุดเช็กอินในใจลองปักหมุดที่นี่ดู แล้วจะหลงรักจังหวัดเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้อย่างแน่นอน


ใครกำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ไว้ออกทริปหรือใช้ในชีวิตประจำวันสักคัน เราขอแนะนำ Yamaha Finn รถมอเตอร์ไซค์ สีสันโดดเด่น พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ขับขี่ง่าย พร้อมให้ไบเกอร์ได้ปล่อยพลังเต็มที่ เทคโนโลยีล้ำสมัยและฟีเจอร์เด่นๆ เพียบ ทั้งระบบเบรก UBS, เครื่องยนต์หัวฉีดอัจฉริยะ ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน กุญแจแบบ Multi Function ควบคุมการใช้งานในจุดเดียว แถมมีให้เลือกถึง 5 สไตล์! และยังคุ้มค่าด้วยการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย ใครที่สนใจสามารถเข้ามาสอบถามได้ที่ศูนย์บริการและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ทุกสาขา ทั่วประเทศ และมาเป็นชาวแก๊งเดียวกัน เพื่อไม่พลาดทุกเทรนด์ของไบเกอร์ แอดไลน์ยามาฮ่า @yamahasociety เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย!