แบตเตอรี่และระบบไฟต่าง ๆ
แบตเตอรี่และระบบไฟต่าง ๆ อีกสิ่งหนึ่งของการตรวจเช็กสภาพรถจักรยานยนต์ที่ต้องให้ความสำคัญก็คือ แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่และชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มถ้าจำเป็น ส่วนไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณ และสวิตช์ต่าง ๆ ก็ควรตรวจสอบว่าสามารถทำงานได้ปกติหรือไม่ และอาจจะต้องปรับตั้งลำแสงไฟหน้าในกรณีที่จำเป็น
ตรวจสอบล้อและยาง
ล้อและยางคือจุดเชื่อมต่อเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน จึงต้องหมั่นเช็กลมยางให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามคู่มือรถเสมอ สังเกตดอกยางว่าสึกหรอจนถึงสะพานยางหรือไม่ พร้อมตรวจเช็กรอยแตกลายงา รอยรั่ว หรือรอยฉีกขาดบริเวณหน้ายาง รวมถึงตรวจสอบล้อแม็กและซี่ลวดว่าไม่มีรอยคดดุ้ง เพื่อรักษาสมรรถนะการยึดเกาะถนนและความปลอดภัยสูงสุดในทุกการขับขี่
ควรเช็คระยะรถมอเตอร์ไซค์ทุกกี่กิโลเมตร หรือทุกกี่ปี
รถมอเตอร์ไซค์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถครอบครัว , รถออโตเมติก , รถสปอร์ต ฯลฯ จำเป็นต้องตรวจเช็กสภาพรถจักรยานยนต์เสมอสำหรับ 1,000 กิโลเมตรแรก แต่การตรวจเช็กสภาพรถจักรยานยนต์ตามระยะหลังจากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ ซึ่งเราแนะนำดังนี้
- รถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 100 – 299 ซีซี เช็กระยะครั้งแรก 1,000 กิโลเมตร หรือ ระยะเวลา 1 เดือน ระยะต่อไปทุกๆ 4,000 กิโลเมตร หรือ ระยะเวลา 4 เดือน
- รถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 300 ซีซี ขึ้นไป เช็กระยะครั้งแรก 1,000 กิโลเมตร หรือระยะเวลา 1 เดือน ระยะต่อไปทุกๆ 5,000 กิโลเมตร หรือ ระยะเวลา 5 เดือน
- รถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ 400 ซีซีหรือมากกว่า 400 ซีซี เช็กระยะครั้งแรก 1,000 กิโลเมตร หรือ ระยะเวลา 1 เดือน ระยะต่อไปทุกๆ 6,000 กิโลเมตร หรือ ระยะเวลา 6 เดือน
หมายเหตุ: ระยะทางหรือระยะเวลาแล้วแต่อย่างนึงอย่างใดถึงก่อน
ทางที่ดีการตรวจเช็กสภาพรถจักรยานยนต์ควรที่จะนำรถเข้าไปตรวจเช็กที่ศูนย์บริการของแบรนด์รถที่ใช้อยู่ ซึ่งทางยามาฮ่าเอง ก็มีศูนย์บริการและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ที่มีอยู่หลายสาขา ทั่วประเทศ คอยให้บริการลูกค้าที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ของยามาฮ่าอยู่ด้วย
ข้อดีของการเช็กระยะมอเตอร์ไซค์
การเช็กระยะมอเตอร์ไซค์ตามกำหนดช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เพราะช่างจะตรวจเช็กความพร้อมของระบบเบรก ยาง และเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ ป้องกันปัญหาจุกจิกหรือเครื่องเสียกลางทางที่อาจทำให้เสียค่าซ่อมแพงกว่าเดิม นอกจากนี้ รถมอเตอร์ไซค์ที่เครื่องยนต์ฟิตยังช่วยประหยัดน้ำมัน ขับขี่ได้เต็มประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือช่วยรักษาสิทธิ์การรับประกันตัวรถจากศูนย์บริการ ทำให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจ
ค่าบริการเช็กระยะแต่ละครั้งกี่บาท
ค่าใช้จ่ายในการเช็กระยะจะแตกต่างกันตามรอบกิโลเมตรและรุ่นรถ สำหรับการเช็กระยะทั่วไปที่เปลี่ยนแค่น้ำมันเครื่องและตรวจเช็กจุดต่าง ๆ จะเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทประมาณ 150 - 400 บาท แต่หากเป็นรอบเช็กระยะใหญ่ที่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน เช่น สายพาน ผ้าเบรก หรือหัวเทียน ค่าใช้จ่ายอาจอยู่ที่หลักพันต้น ๆ ทั้งนี้ รถใหม่มักได้สิทธิ์ฟรีค่าแรงเช็กระยะในช่วงแรก ทำให้คุณประหยัดโดยจ่ายเพียงแค่ค่าอะไหล่ตามจริง
สรุปบทความ
การนำมอเตอร์ไซค์เข้าเช็กระยะที่ 1,000 กิโลเมตรแรกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเพื่อล้างเศษโลหะในเครื่องยนต์ใหม่ พร้อมเช็กระบบเบรก แบตเตอรี่ และยาง หลังจากนั้นควรตรวจเช็กตามระยะที่กำหนด ทุก 4,000-6,000 กม. ตามขนาดซีซีรถ เพื่อยืดอายุการใช้งาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาท แนะนำให้เข้าศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานอย่าง Yamaha
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช็กระยะรถมอเตอร์ไซค์
ทำไมถึงต้องรีบเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อวิ่งครบ 1,000 กิโลเมตรแรก?
เพราะชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ใหม่มักจะมีการเสียดสีและมีเศษโลหะขนาดเล็กตกค้างอยู่ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในระยะแรกจะช่วยชะล้างสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ ทำให้เครื่องยนต์สะอาดและลดการสึกหรอ
การเช็กระยะ ควรยึดตามเลขกิโลเมตรหรือจำนวนเดือนเป็นหลัก?
การเช็คระยะรถมอเตอร์ไซค์ให้ยึดตามระยะใดระยะที่ถึงก่อน เช่น กำหนดไว้ที่ 4,000 กม. หรือ 4 เดือน หากคุณใช้งานรถน้อย วิ่งไม่ถึง 4,000 กม. แต่เวลาครบ 4 เดือนแล้ว ก็ควรนำรถเข้าเช็กระยะเพื่อรักษาสภาพน้ำมันเครื่องและระบบต่าง ๆ
หากไม่นำรถเข้าเช็กระยะตามที่กำหนด จะส่งผลเสียอย่างไร?
หากไม่นำรถเข้าเช็กระยะตามที่กำหนดมีความเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะเสื่อมสภาพไวและเกิดปัญหาจุกจิกกลาง ซึ่งทำให้เกิดผลเสียตามมา ที่สำคัญที่สุดคือสิทธิ์การรับประกันตัวรถจากศูนย์บริการจะสิ้นสุดลง จึงควรนำรถเข้าเช็กอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสิทธิ์ไว้
|