สรุปการเดินทางครั้งนี้
|
การเดินทางครั้งนี้ ใช้มอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ พิกัด 155 ซีซี ตอนแรกคิดเองว่า จะไหวหรือไม่ กับการขับขี่ทางยาวๆ รถเยอะๆ แบบนี้ คำถามเต็มหัวไปหมด ว่า "จะทันใจแค่ไหน? ขี่เหนื่อยไหม? หรือว่า นั่งนานๆ เมื่อยหรือเปล่า" แต่ด้วยความที่มีเบาะนั่งขนาดใหญ่ ท่านั่งปรับมุมวางเท้าได้ 2 แบบ และเมื่อใช้ความเร็วสูงๆ แฮนด์รถไม่สั่นสะท้านมือเลย นับว่าขี่สบายเกินคาด ไม่แพ้รถสกู๊ตเตอร์ใหญ่ แถมยังประหยัดค่าเดินทาง ได้เยอะอีกด้วย
|

|
รวมระยะทางขาไปราวๆ 150 กม. และกลับอีก เป็นทั้งหมดกว่า 300 กม. เติมน้ำมันไป 307 บาท ขับผ่านเขตตัวเมืองรถหนาแน่น สลับจอดนิ่ง และเส้นทางนอกเมือง แบบความเร็วคงที่ประมาณ 80 - 1 10 กม./ชม. มีการเร่งแซงบ้าง ตามจังหวะที่ปลอดภัย (ความเร็วตามกำหนดเฉลี่ยตลอดทางคือ 90 กม./ชม.)
|
ข้อควรระวังในการขับขี่ขึ้นเขาใหญ่
|

|
เตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทาง
|
การเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกล ต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม ในการขับขี่เสมอ เช็คเบื้องต้นง่ายๆ ด้วยการสำรวจรอบๆ ตัวรถ ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ อย่างเช่น มีคราบน้ำ, น้ำมันรั่วซึม หยดลงพื้นหรือไม่ ระบบไฟส่องสว่าง ติดครบทั้งคันหรือไม่ ไฟหน้ารถ, ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว หรือไฟบนหน้าปัด เป็นต้น
|

|

|

|
ควรตรวจดูลมยางอ่อน หรือแข็งไปไหม โดยใช้นิ้วบีบที่แก้มยาง ถ้ายุบได้มาก แสดงว่าลมอ่อนเกินไป ส่วนระบบเบรกให้ขึ้นคร่อม แล้วลองเข็นเดินหน้า ถอยหลัง และใช้เบรกหน้า หรือหลังทีละครั้งดูว่า หยุดได้สนิทหรือไม่ ตรวจดูระบบโช้คอับหน้า และหลังว่ามีคราบน้ำมันซึมหรือไม่ และลองขย่มดูว่าโช้คมีเสียง หรือมีการคืนตัวที่ช้าผิดปกติหรือไม่ เป็นต้น และสุดท้าย อย่าลืมดูระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยนะครับ
|

|
เสียงท่อดังอาจห้ามขึ้น
|
อันนี้ต้องระวังครับ เป็นกฎระเบียบ ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอีกหลายๆ แห่ง ที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ให้กับสัตว์ป่า และอาจห้ามใช้สัญญาณแตร ในบางครั้งอีกด้วยครับ นอกจากนี้ต้องใช้ความเร็ว ตามป้ายกำหนด และในแต่ละช่วง ที่ใกล้ผ่านสถานที่สำคัญ จะมีเนินชะลอความเร็วด้วยครับ และต้องเคารพกฎกติกาอื่นๆ ของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด
|
ระวังสัตว์ป่า
|
หลายคนคงอยากที่จะขับขี่รถ รับลมเย็นพร้อมกับการ "เล่นโค้ง" ต่างๆ บนเขาใหญ่ ที่สิ่งที่ต้องระวังคือ ปัจจุบันมีผู้เขามาใช้สถานที่มากมาย และยังมีเรื่องของ "สัตว์ป่า" ที่อาจจะโผล่ออกมาได้ทุกเมื่อ อาจเกิดอันตรายได้
|

|
ใช้คันเร่งและเบรกสัมพันธ์กับโค้งและเนินชัน
|
ไม่ว่ารถคุณจะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ เครื่องขนาดเท่าไหร่ก็ตาม การขับขี่บนทางเขา ต้องใช้ความระวังมากเป็นพิเศษ ในการใช้คันเร่ง และเบรกให้ถูกจังหวะ หากเนินสูงและชันมาก ใช้ความเร็วมากๆ อาจช่วยให้ส่งให้รถ ขึ้นเนินได้เร็วขึ้น แต่ถ้ามีทางโค้งแบบหักศอก อาจเกิด "แหกโค้ง" แทนได้ จึงต้องกะจังหวะ ให้ความเร็วขึ้นทางชัน และโค้งสัมพันธ์กัน และสายตาต้องมองไกลๆ ที่ปลายโค้ง เพื่อดูรถที่วิ่งสวนทางมาด้วย
|

|
ในช่วงทางลงเขา ที่มีความชันมาก ๆ ควรใช้ "แรงเฉี่อยเครื่องยนต์" หรือ "Engine Brake" นี่แหละ ช่วยชะลอความเร็วระหว่างลงเนิน และใช้เบรกไม่หนักมาก แต่ถี่ขึ้น ไม่ควรใช้เบรกลากยาวๆ ตลอดทาง เพราะเบรกจะเกิดอาการ "ตื้อ" หรือ "ไหม้" และจะยิ่งเบรกไม่อยู่ อาจเกิดอันตรายขึ้นได้
|
ศึกษาเส้นทางไว้ก่อน
|

|
การเดินทางไปเขาใหญ่ มีหลายเส้นทาง แต่เมื่อจะขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มี 2 ฝั่งคือ ฝั่งด่านศาลเจ้าพ่อ (ด่านปากช่อง) และด่านเนินหอม (ปราจีนบุรี) เมื่อเขาอุทยานฯ ก็ควรรู้เส้นทางคร่าวๆ เอาไว้ ว่าจะไปในจุดไหน จะได้ไม่เสียเวลาหลงทางนะครับ
|

|
การเดินทางท่องเที่ยว แบบเช้าไปเย็นกลับ เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เหมาะกับคนที่ไม่สะดวก ในการลางาน ค้างคืนบ่อย ๆ และเขาใหญ่ก็ใกล้กรุงเทพฯ นิดเดียว จึงกลายเป็นอีกแห่ง ที่ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ชื่นชอบที่จะออกทริปกัน แบบทั้งไปคนเดียว ทั้งมีเพื่อนๆ และยิ่งได้รถที่มีเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัย ขี่ง่าย คล่องตัว แรง และประหยัด ยิ่งทำให้การขับขี่ท่องเที่ยว มีแต่ความเพลิดเพลิน และมีความสุขจริงๆ ครับ
สามารถดูรายละเอียดสเปครุ่น Yamaha NMAX เพิ่มเติมที่นี่ และคุ้มค่าด้วยการรับประกันนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร
|