Yamaha-70-Year-2025-800x420
Yamaha Story

ย้อนรอยสู่จุดเริ่มต้น ยามาฮ่า มอเตอร์ เมื่อ 70 ปีที่แล้ว – บริษัทเครื่องดนตรีเข้าสู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ได้อย่างไร?

     
Yamaha-70-Year-2025 (1)
 
     บริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ในปีนี้จึงเป็นปีครบรอบ 70 ปี ของการก่อตั้งบริษัทฯ เรื่องราวของ ยามาฮ่า มอเตอร์ เริ่มต้นจาก บริษัท Nippon Gakki (ปัจจุบันคือ ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น) หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องดนตรีชั้นนำของญี่ปุ่น ในฐานะบริษัทที่มีประวัติยาวนานและกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลานั้น คำถามที่หลายคนสงสัยคือ "ทำไมบริษัทเครื่องดนตรี ถึงได้เข้าสู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์?" เราจะพาคุณย้อนกลับไปเพื่อรับทราบเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญ และทำความรู้จักกับ มร. เกนอิจิ คาวาคามิ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ
 
ความท้าทายของ "ผู้มาทีหลัง": มาตรฐานระดับโลกคือสิ่งสำคัญ
 
Yamaha-70-Year-2025 (2)
 

     มร. คาวาคามิ ซึ่งเป็นประธานคนที่ 4 ของบริษัท Nippon Gakki และผู้ก่อตั้ง ยามาฮ่า มอเตอร์ ได้ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ เขาเชื่อว่านี่คือความรับผิดชอบของผู้บริหารบริษัทฯ ที่ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ ในขณะที่ธุรกิจเดิมไปได้ดีอยู่แล้ว

     บริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด มีรากฐานมาจาก บริษัท Nippon Gakki (ปัจจุบันคือ ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องดนตรีโดยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2440 หลังจากเริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2430 มร. เกนอิจิ คาวาคามิ (พ.ศ. 2455-2545) ซึ่งเป็นประธานคนที่ 4 ของบริษัท เชื่อว่าผู้นำองค์กรมีหน้าที่ต้องมองหาโอกาสทางธุรกิจในอนาคต และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานอยู่เสมอ จากความเชื่อนั้น เขาจึงตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ ในฐานะกิจการใหม่ ควบคู่ไปกับธุรกิจการผลิตเครื่องดนตรี

     ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น Nippon Gakki เป็นผู้ผลิตใบพัดไม้และโลหะสำหรับเครื่องบิน การเข้าสู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการประยุกต์ใช้อุปกรณ์เครื่องจักรกลของบริษัทให้เกิดประโยชน์ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองปกติสุข

     หลังจากที่ได้ค้นคว้าและประเมินความเป็นไปได้ของธุรกิจใหม่ๆ หลายอย่าง มร. คาวาคามิ ตัดสินใจเลือกธุรกิจรถจักรยานยนต์ด้วยหลายเหตุผล หนึ่งในนั้นคือการสร้างประโยชน์สูงสุดจากเครื่องจักรที่มีอยู่ เพราะช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทเคยผลิตใบพัดเครื่องบิน หลังสงคราม เครื่องจักรเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งาน การนำเครื่องมือเหล่านี้กลับมาใช้ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองปกติสุข จึงเป็นแรงจูงใจสำคัญ อีกอย่างในช่วงเวลานั้น ระบบใบอนุญาตขับขี่ในญี่ปุ่นกำลังจะมีเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และคาดว่าผู้คนจะหันมาใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางกันมากขึ้น

     ในขณะนั้นมีผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ในญี่ปุ่นอยู่แล้วประมาณ 180 ราย แต่แม้จะเป็นผู้มาทีหลัง Nippon Gakki ก็ไม่ได้ตั้งมาตรฐานความสามารถทางเทคโนโลยีไว้เพียงแบรนด์ชั้นนำในประเทศ หากแต่บริษัทตั้งเป้าหมายไปที่ระดับโลก โดย มร. คาวาคามิ ประกาศว่า "สิ่งใดที่ไม่ได้มีคุณภาพระดับโลก สิ่งนั้นไม่ถือว่าเป็นสินค้า"  และ "ถ้าจะทำอะไรก็ต้องเป็นที่สุด" นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความท้าทายของธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งเป็นความทะเยอทะยานอย่างยิ่งใหญ่ และน่าจับตามองในเวทีโลก

 
Yamaha-70-Year-2025 (3)
 
ปฐมบทของ ยามาฮ่า มอเตอร์ และ YA-1 
 
Yamaha-70-Year-2025 (4)
 

     การก้าวเข้าสู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ของ Nippon Gakki นั้น ถูกดำเนินงานเป็นโปรเจคลับ โดยมีการดำเนินการและพัฒนาด้วยบุคคลากรจำนวนจำกัด ท่านประธานคาวาคามิ (ทางขวา) และคณะทำงานผู้บุกเบิก ยังคงมุ่งมั่นทดสอบรถจักรยานยนต์คันนี้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ YA-1 จะมีการเปิดตัวไปแล้ว เพื่อเสาะแสวงหนทางในการยกระดับสมรรถนะให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

     YA-1 ขนาด 125 ซีซี มีพื้นฐานมาจาก รุ่น RT125 ที่มิได้ผูกสิทธิบัตร จากโรงงานผู้ผลิต DKW ในเยอรมันตะวันตก ถึงแม้ว่า YA-1 จะถอดแบบดีไซน์พื้นฐานส่วนใหญ่มาจาก RT125 เกือบทั้งหมด แต่วิศวกรของ YA-1 ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามต้นฉบับในหลากหลายมิติ ตัวอย่างเช่น ระบบส่งกำลัง ได้รับการปรับเพิ่มเป็นสี่เกียร์แทนที่สามเกียร์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาของญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น ใช้ระบบสตาร์ทด้วยเท้า (คิกสตาร์ท) เป็นพื้นฐานเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น และที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร คือคันเกียร์และคันสตาร์ทเท้าถูกออกแบบให้อยู่บนแกนเดียวกัน ในรูปแบบการจัดวางอันเป็นเอกลักษณ์

     อีกหนึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ YA-1 คือสีทูโทน สีเลือดหมูตัดกับสีงาช้าง ในสมัยนั้นรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะเน้นการใช้งานทั่วไป เป็นพาหนะ และใช้ขนส่งสินค้า ทำให้สีเข้มๆ ที่ช่วยซ่อนคราบสกปรกจึงเป็นที่นิยม ด้วยเหตุนี้ ตัวรถที่เพรียวบางและสีสันสดใสของ YA-1 จึงโดดเด่นตัดกับบรรยากาศของเมืองที่ดูไร้สีสันและยังคงร่องรอยจากสงคราม จนผู้คนพากันเรียกกันว่า " Akatombo " หรือ "แมลงปอแดง"

 
Yamaha-70-Year-2025 (5)
 

     เพียง 9 วันหลังจากที่ ยามาฮ่า มอเตอร์ ได้ถือกำเนิดขึ้น YA-1 สามารถพิชิตตำแหน่งสูงสุดในการแข่งขัน "3rd Mt. Fuji Ascent Race" ได้อย่างสง่างาม เหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ได้ส่งผลให้ชื่อเสียงของบริษัทที่เพิ่งก่อตั้ง และผลิตภัณฑ์เรือธงคันแรกของพวกเขาโด่งดังไปทั่วประเทศญี่ปุ่นในทันที

     YA-1 ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม พ.ศ. 2498 ทว่า ยามาฮ่า มอเตอร์ นั้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมในปีเดียวกันนั้นเอง โดยเป็นการแยกธุรกิจรถจักรยานยนต์ออกจาก Nippon Gakki และก่อตั้งกิจการอันเป็นอิสระ ในปีแรกของการก่อตั้ง ยามาฮ่า มอเตอร์ ได้ครองตำแหน่งสูงสุดในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และแม้จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่ใหม่ที่สุด ชื่อเสียงของบริษัทก็แพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาที่ฐานเงินเดือนของบัณฑิตจบใหม่ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 เยน ราคาของ YA-1 ซึ่งสูงถึง 138,000 เยน ถือเป็นยานยนต์ที่มีราคาสูงเกินกว่าที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม YA-1 กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สามารถทำยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้นถึง 11,000 คัน ตลอดระยะเวลาสามปีของการผลิต

 
ประวัติ ยามาฮ่า มอเตอร์
 
https://global.yamaha-motor.com/stories/history/
 
สารจากบรรณาธิการ
 
     เมื่อ Nippon Gakki ได้ประกาศก้าวเข้าสู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์เป็นครั้งแรก ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่นยุคทศวรรษ 1950 นั้น เต็มไปด้วยทั้งความประหลาดใจและความผิดหวัง ดั่งถ้อยคำที่ถูกบันทึกไว้ สะท้อนถึงความรู้สึกของผู้คนในห้วงเวลานั้น: "ผู้ผลิตเครื่องดนตรีจะสร้างรถจักรยานยนต์หรือ? หรือว่าเสียงท่อไอเสียจะขับขาน 'โด เร มี ฟา'?" "นิ้วที่เคยสะอาดบริสุทธิ์ยามบรรเลงเปียโน ไฉนเลยจึงเปรอะเปื้อนคราบน้ำมัน?" เจ็ดทศวรรษให้หลัง บริษัทเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยพนักงานไม่ถึง 100 ชีวิต ได้เติบใหญ่ขึ้นเป็นองค์กรระดับโลกอันยิ่งใหญ่ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 54,000 คน และขยายขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมกว่า 180 ประเทศทั่วโลก
ในวาระแห่ง "Yamaha Day" ประจำปีนี้ วันที่ 1 กรกฎาคมและ 12 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันก่อตั้งของ ยามาฮ่า มอเตอร์ และ ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ผมจึงขอหวนรำลึกอีกครั้งถึงวิสัยทัศน์ของ มร. คาวาคามิ รวมถึงความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่ผู้สืบทอดปณิธานของท่านได้เผชิญหน้าตลอดมาก่อนเรา

-มัตสึโอะ คาโอรุ-