Riding-a-motorcycle-to-travel-around-Ranong_Cover
Lifestyle

ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวระนอง เสพวิวหลักล้านที่เมืองฝนแปด-แดดสี่ พิชิตเส้นทางสายธรรมชาติ

 
     การขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวเป็นความฝันของไบเกอร์อย่างเราๆ ที่ว่างเมื่อไหร่ต้องเตรียมแพ็กของออกทริป! โดยเฉพาะไบเกอร์ที่หลงใหลการขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวบนถนนสายธรรมชาติที่ไม่ได้มีดีแค่วิว แต่มีลม มีฝน หนนี้เราอยากชวนลงใต้ไปเที่ยวระนอง จังหวัดเล็กๆ ริมฝั่งทะเลอันดามันที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองฝนแปด-แดดสี่ ดินแดนคอคอดกระที่มีทะเลสวย และมีพิกัดกรีนๆ ที่รอให้ไปสัมผัสความสวยงาม ทั้งภูเขา น้ำตก แถมด้วยวิวหลักล้าน… พร้อมเปิดหู สัมผัสด้วยตา เก็บเกี่ยวเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทางแล้ว มาออกสตาร์ท พิชิตเส้นทางสายธรรมชาติไปพร้อมกัน!
 
Riding-a-motorcycle-to-travel-around-Ranong_1

1.ภูเขาหญ้า

     เริ่มต้นทริปขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวระนองแนะนำให้ไปเช็กอินที่ ‘ภูเขาหญ้า’ หรือ ‘เขาหัวล้าน’ ภูเขาที่เกิดเองตามธรรมชาติ ในตำบลหงาว อำเภอเมือง ที่น่าแปลกคือไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเลย แต่กลับเป็นภูเขาที่มีต้นหญ้าขึ้นปกคลุมเต็มพื้นที่ ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ไฮไลท์ที่น่าตื่นตาคือวิวที่มีความสวยงามและสีของหญ้าบนภูเขาที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม หรือช่วงหน้าฝนที่จะมีหญ้าสีเขียวพร้อมใจกันขึ้นปกคลุมตลอดแนวภูเขา แต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษยายน ก็จะสวยไปอีกแบบ เพราะแม้ต้นหญ้าจะแห้งเป็นสีน้ำตาลในหน้าแล้ง แต่ก็ให้ฟีลเหมือนได้ไปเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันนาเลยทีเดียว 

อีกหนึ่งความพิเศษของภูเขาหญ้าที่ไม่อยากให้พลาดคือ ภูเขาแต่ละลูกมีเส้นทางเดินเท้าที่วัดใจให้ไบเกอร์ขึ้นไปชมวิวบนยอดภูเขาได้แบบ 360 องศา แนะนำว่าให้มาช่วงเช้าหรือเย็น เพราะแสงแดดที่ตกลงมากระทบกับต้นหญ้ากำลังสวยและแดดไม่ร้อนจนเกินไป ใครที่อยากเก็บภาพสวยๆ ชมวิวไปในตัว ต้องห้ามพลาดที่นี่!


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้เข้าชมทั้งวัน

ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : จากตัวเมืองระนองสามารถใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม (ถนนหลวงหมายเลข 4) เส้นทางระนอง-พังงา ขี่ไปตามทาง เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 13 จะเจอภูเขาหญ้า ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวนั่นเอง หรือคลิกที่หมุดนี้ได้เลย Phu Khao Ya
 
Riding-a-motorcycle-to-travel-around-Ranong_2

2.ระนองแคนยอน

     เก็บภาพสวยๆ ที่ภูเขาหญ้าแล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยวระนองกันต่อที่ ‘ระนองแคนยอน’ ที่อยู่ในหุบเขาเหมืองเก่าบนเนินเขา บริเวณบ้านทุ่งคา ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมือง เกิดจากการทำเหมืองแร่ด้วยการฉีดน้ำไล่ดินเพื่อแยกแร่ในสมัยก่อน จนปัจจุบันกลายเป็นแอ่งลึกขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยหน้าผาดินและหินสูงใหญ่มากมาย และมีตาน้ำล้นขึ้นมา ผสมกับน้ำฝนที่ตกลงมาจนเกิดเป็นแอ่งน้ำใสสะอาด สะท้อนสีเขียวของต้นไม้รอบๆ จนระนองแคนยอนมีสีเขียวเหมือนมรกต ถ้ามาถึงช่วงเช้าจะมองเห็นหมอกจางๆ ที่ลอยตัวอยู่เหนือแอ่งน้ำ ในแง่ของความสวยงามไม่ใช่แค่ผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำมากมายทั้งปลาพวง ปลาตะเพียนแดง ปลาดุก เป็นต้น และให้อาหารปลาได้ด้วย

     การชมพระอาทิตย์ตกดินช่วงเย็นคืออีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของระนองแคนยอน ถ้าโชคดีไปช่วงแดดร่มลมตกจะเห็นแสงอาทิตย์ทอดผ่านวิวภูเขาหินขาว ได้เสพบรรยากาศยามเย็นที่สวยงาม แปลกตาและเย็นสบาย ถ้ามีเวลามากหน่อยที่ระนองแคนยอนยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เปิดโอกาสให้ทดสอบกำลังขาแลกกับการได้เดินชมวิวของบึงน้ำด้านบนเป็นของแถม เรียกได้ว่าเป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติอีกหนึ่งจุดที่เหมาะกับการมาพักผ่อน และถ่ายรูปสวยๆ ทีเดียว


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 05.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : หากเดินทางจากตัวเมืองระนอง สามารถขี่มาตามถนนหลวงหมายเลข 4004 (เส้นทางบ่อน้ำร้อน - หาดส้มแป้น) ได้ โดยขี่มาตามทางเรื่อยๆ จนเจอวัดส้มแป้น ให้ขี่ขึ้นเขาไปอีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร ก็จะถึงระนองแคนยอน หรือจะคลิกที่หมุดที่เราแปะไว้ให้ได้เลย Ranong Canyon
 
Riding-a-motorcycle-to-travel-around-Ranong_3

3.เขาฝาชี

     ที่เที่ยวระนองสุด Unseen ที่ตั้งอยู่ในตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น ที่บอกเลยว่าใครมาเที่ยวระนองต้องมาเยือนสักครั้งกับเขาที่มีชื่อเหมือนของใช้ในห้องครัวอย่าง ‘เขาฝาชี’ ที่มาของชื่อนี้ก็เเพราะเป็นภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายกับฝาชีนั่นเอง และเขาฝาชีก็มีประวัติศาสตร์น่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นฐานทัพในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามจบลงก็ยังมีซากของเรือรบ อุโมงค์ใต้ดิน และแนวรถไฟหลงเหลือให้ได้เห็นอยู่ 

     ตัดภาพกลับมาปัจจุบัน เขาฝาชีกลายเป็นจุดชมวิวสูงสุดที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 259 เมตร สามารถมองเห็นแม่น้ำกระบุรีและแม่น้ำละอุ่นที่เป็นพรมแดนธรรมชาติในการแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับพม่า เป็นจุดกางเต็นท์ชมทะเลหมอกยามเช้า และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนองที่ไบเกอร์ไม่ควรพลาด

ถ้ามีเวลามากหน่อย… แนะนำให้เช็กอินกันต่อที่พิพิธภัณฑ์เชิงประวัติศาสตร์สงครามโลก ที่จัดแสดงเครื่องมือ หัวรถจักร และยังเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟเขาฝาชีในอดีตให้ได้เดินเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในอดีตกันด้วย


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 05.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : จากตัวเมืองระนอง ชาวไบเกอร์สามารถขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามถนนหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) มุ่งหน้าสู่จังหวัดชุมพรได้ ถึงกิโลเมตรที่ 28 จะเจอสะพานข้ามคลองละอุ่น ให้ขี่ข้ามสะพานและขี่ตรงไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะเจอทางขึ้นเขาฝาชีทางซ้ายมือ ให้ขี่ขึ้นไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดชมวิวฝาชีแล้ว แต่ถ้ากลัวหลงคลิกที่หมุดนี้ได้เลย Khao Fachi
 
Riding-a-motorcycle-to-travel-around-Ranong_4

4.หาดแหลมสน 

     เปลี่ยนบรรยากาศจากภูเขาเขียวครึ้มมาสัมผัสบรรยากาศชิลล์ๆ ที่หาดทราย ชมวิวทะเลกันที่ ‘หาดแหลมสน’ หนึ่งในสถานที่สวยงามที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน เป็นหาดทรายขาวสะอาดทอดยาวที่รายล้อมด้วยร่มเงาของป่าสนตลอดทั้งหาด เหมาะกับการนั่งพักผ่อน ฟังเสียงคลื่น นั่งปิคนิคกินลมชมวิว หรือเล่นน้ำอย่างแท้จริง แถมยังเป็นจุดชมนกยอดนิยมและจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ แต่ถ้ามาในช่วงหน้าหนาวอาจได้พบกับฝูงนกปากห่างที่บินอพยพหนีหนาวมาที่หาดปากเบนที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

     นอกจากหาดทรายขาวสะอาดที่ทอดยาวและบรรยกาศร่มรื่น เงียบสงบแล้ว หาดแหลมสนยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ทั้งหาดบางเบนที่มีป่าสนและทุ่งหญ้าขนาดใหญ่, หาดประพาส หรือหาดหินทุ่ง ชายหาดขนาดใหญ่ที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับการปลีกวิเวกไปพักผ่อน และยังมีจุดกางเต็นท์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินเที่ยวเพลินๆ 


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 16.30 น.

ค่าเข้าชม : คนไทย - ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

    ชาวต่างชาติ - ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

    ค่าจอดรถมอเตอร์ไซค์ 20 บาท 

    ค่ากางเต็นท์หากนำมาเองคนละ 30 บาท/คืน 

การเดินทาง : สามารถใช้เส้นทางถนนหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ในการเดินทางได้ เมื่อขี่มาถึงสี่แยกปฐมพร (ชุมพร) ให้เลี้ยวขวาผ่านอำเภอกระบุรี เข้าสู่ตัวเมืองระนอง และขี่ไปทางอำเภอกะเปอร์ อีก 46 กิโลเมตร จะถึงทางแยกเข้าหาดบางเบน ให้เลี้ยวขวาไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติแหลมสน และขี่ตรงไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติแหลมสน ใครที่กลัวหลงทางสามารถคลิกหมุดนี้ Bang Ben Beach ได้เลย
 
Riding-a-motorcycle-to-travel-around-Ranong_5

5.อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

     ปิดท้ายทริปขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวระนองแบบชุ่มฉ่ำกันที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ที่เที่ยวระนองอีกแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของสายน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันกว่า 300 เมตร เรียกว่ามองเห็นได้จากถนนใหญ่เลยทีเดียว ช่วงที่มีน้ำมากที่สุดคือเดือนมิถุนายน อยากเปิดมุมมองใหม่ใกล้ชิดธรรมชาติ ที่นี่ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินสำรวจ ระหว่างทางหากโชคดีอาจได้เจอกับ ปูเจ้าฟ้า ตัวจริงเสียงจริงที่พบที่นี่ที่เดียวในโลก! และ ดอกโกมาซุม กล้วยไม้ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า เอื้องเงินหลวง ดอกไม้ประจำจังหวัดระนองที่พร้อมออกดอกให้ได้ชมความสวยงาม เก็บภาพสวยๆ ในเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปี ลืมบอกไปว่าด้านบนน้ำตกหงาวยังมีจุดชมวิวที่มองเห็นได้ 360 องศาด้วย


     บอกไฮไลท์ของอุทยานฯ ที่ควรเช็กอินไปแล้ว มาเติมความรู้ใหม่ๆ เรื่องพื้นที่กันสักหน่อย เดิมทีอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว มีชื่อว่า ‘อุทยานแห่งชาติคลองเพรา’ เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมที่ดินและป่าละอุ่น ป่าราชกรูดในอำเภอละอุ่น อำเภอเมือง และที่ดินป่าทุ่งระยะ ป่านาสัก ป่าเขาตังอา ป่าคลองโชน ป่าพะโต๊ะ ป่าปังหวาน และป่าปากทรง อำเภอสวี อำเภอหลังสวน และอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร สรุปว่ามีพื้นที่กว่า 417,000 ไร่เลยทีเดียว 

ถ้าแรงยังเหลือหรือไม่ได้ลงเล่นน้ำ แนะนำให้มาอาบน้ำร้อน แช่น้ำแร่ที่บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง ที่อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานฯ หรืออยากกางเต็นท์ค้างสักคืนก็ยังมีจุดกางเต็นท์และบ้านพักไว้ให้บริการ


เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 16.30 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ค่าจอดรถคันละ 30 บาท

การเดินทาง : จากตัวเมืองระนอง สามารถขี่ไปบนถนนหลวงหมายเลข 4 (ถนนสายระนอง - ราชกรูด) ประมาณ 13 กิโลเมตร จะเจอทางแยกให้เลี้ยวซ้ายและขี่ตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวแล้ว หรือคลิกที่หมุดนี้ได้เลย https://maps.app.goo.gl/5sn4HQ2Gjo7j2vcb7
 

     เป็นยังไงกันบ้างกับที่เที่ยวระนองที่เราเอามาฝาก พร้อมเส้นทางที่ไบเกอร์สามารถคลิกหมุดแล้วบิดมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปพิชิตเส้นทางสายธรรมชาติกันได้เลย รับรองว่าต้องไม่ลืมเมืองฝนแปดแดดสี่ที่ชื่อระนองแน่นอน!


     แต่สำหรับไบเกอร์คนไหนที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์สักคัน ที่พร้อมออกทริปไปด้วยกัย เราขอแนะนำ Yamaha XMAX Connected รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกสไตล์สปอร์ตสุดพรีเมียม ที่มาพร้อมสมรรถนะเต็มเปี่ยมกับเครื่องยนต์ Blue Core Engine 300 cc. จอเรือนไมล์ขนาด 3.2 นิ้ว และหน้าจอสี TFT ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Application Y-Connect ที่ช่วยให้รู้ข้อมูลตัวรถได้แบบ Real-Time และสามารถแสดงระบบนำทาง เมื่อเปิดใช้แอป Garmin Street Cross ตอนขับขี่ได้ ช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบเบรก ABS ทั้ง 2 ล้อ ที่ช่วยให้มั่นใจทุกครั้งที่เบรก ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ Traction Control System ช่วยลดอาการล้อหมุนฟรี แถมมีช่องชาร์จมือถือในตัวให้ด้วย อีกทั้งยังคุ้มค่าด้วยการรับประกันนาน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตรอีกด้วย

     สอบถามรายละเอียดรถเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ทุกสาขา ทั่วประเทศได้ และมาเป็นชาวแก๊งเดียวกัน เพื่อไม่พลาดทุกเทรนด์ของไบเกอร์ แอดไลน์ยามาฮ่า @yamahasociety เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย!